กรรไกร ไข่ ผ้าไหม

สิ่งดีงามที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้คือ ทำให้เห็นคุณค่าของค่าตั๋วภาพยนตร์ แม้จะใช้ส่วนลดจนเหลือ 100 แล้วก็ตาม

– ทุกอย่างคือสิ่งที่เราสามารถดู ได้ในรายการทีวี เช่น ตีสิบ ก่อนบ่ายคลายเครียด หรือชิงร้อยชิงล้าน ซึ่งมุขตลกก็แสนเชย ไร้ซึ่งความสร้างสรรค์ใดๆ เช่น มุขแม่ค้าร้านอาหารทะเลาะกับผัวในร้านขณะที่ลูกค้ารออาหาร , มุขไปโรงบาลร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าคนตายแต่สุดท้ายไม่ใช่ญาติเรา ฯลฯ

– เด็กหน้าตาดีก็เหมือนเอามาร้องเพลง พูดจาน่ารักๆ ให้มีอะไรประดับประดาความไม่มีอะไรต่อตัวหนัง

– การวางตัวละครเด็กตลกที่อ้วนดำ ที่แม่เล่นโดยอาภาพร ซึ่งบ้านรวย ที่คิดว่าตัวเองสวย เพื่อจะเล่นกับความน่าเกลียดที่ไปด้วยกันไม่ได้กับคนรวย หรือกระทั่งมีคนพิการเข้ามาด้วยประปราย ทำให้เห็นว่า คนขี้เหร่ คนดำ คนพิการ ฯลฯ ยังถูกเอามาใส่เพื่อให้กลายเป็นความตลกได้เหมือนเรื่องปกติ

– เนื้อเรื่องจริงๆก็เกี่ยวกับเด็กที่เต้นลีลาศ น่าจะเอาเด็กเล่นลีลาศจริงๆมาแสดง ซึ่งเป็นเหมือนเอาการโชว์ลีลาศมาขึ้นจอใหญ่ การเปิดตัวเด็กคนนี้ ก็ช่างเป็นฉากที่พีคที่สุดของหนัง เพราะเด็กตัวเล็กๆไปข้ามเรือข้ามฟาก จู่ๆตาลุงคนหนึ่งตกน้ำ ผู้ใหญ่เต็มไปหมดแหกปากร้อง ไอเด็กนี้กระโดดลงไปช่วยอยู่คนเดียว พอช่วยเสร็จกลับมาบ้านตัวเปียก พ่อแม่ตีเกือบตายหาว่าเล่นน้ำคลอง เป็นฉากที่ระยำ จริงๆ เป็นการร้อยเรื่องราวที่ห่วยแตกบรม ไอตาลุงคนนี้ก็มาที่บ้านบอกว่าเด็กคนนี้มาช่วย แม่ก็ทำหน้าตกใจซึ่งยิ่งขับเน้นความเป็นคนดีของเด็กๆ ได้ แบบไร้ซึ่งความมีชั้นเชิงใดๆ

– หนังก็ยังใช้เด็กตัวเล็กๆน่ารักที่มีความไร้เดียงสาให้ทำสิ่งที่เรียกว่า แก่แดด แรดแต่เด็ก เพื่อให้เกิดความน่าขบขัน

– ส่วนที่ชอบคือเพลงที่เอามาขายแล้วร้องด้วยแก๊งค์ผู้หญิงที่เหมือนคัดมาเอาแต่น่ารักๆ เพลิดเพลินดี

– ที่สำคัญมีฉาก Male Gaze 2 ครั้ง ที่ออกมาจากสายตาตัวละครที่เหมือนคัดหน้าให้ดูหน้าบ้านนอกผิวคล้ำดัดฟัน ที่แอบไปปีนดูผู้หญิงในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า กับฉากที่มองผู้หญิงที่กำลังนั่งไขว่ห้างพอเปลี่ยนขาเท่านั้นแหละเหมือนเห็นกกน.สีขาวน้องผู้หญิงแวบๆ

– ใครคิดจะไปดูหนัง แนะนำให้ดู MV 2 ตัวนี้ ก็พอแล้ว

เกรด F

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ