แนวคิดการทำให้ยาเสพติดถูกกฎหมายเป็นแนวคิดที่ต้องอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชนและพื้นฐานระบบสังคมที่ดีตามไปด้วย

ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Where to Invade Next มาซึ่งพูดถึงนโยบายเชิงสังคมต่างๆที่ดีในยุโรป โดยหนังยกตัวอย่างแนวคิดของประเทศโปรตุเกสขึ้นมา คือ การคิดกลับด้านไม่จับขังผู้เสพยาเสพติด แต่ใช้วิธีสร้างระบบสาธารณสุขขึ้นมาให้แข็งแรง เพื่อให้ประชาชนที่ติดยาไปบำบัดได้ โดยคำนึงถึงการให้พวกเขากลับมาเข้าสังคมอีกครั้ง ไม่ใช่การแยกเขาออกจากสังคม

เรื่องนี้ทำให้คิดถึงข่าวล่าสุดในประเทศไทยที่กำลังจะเสนอให้ เมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่อยู่ในยาบ้า ไม่ผิดกฎหมายขั้นร้ายแรง และมองคนที่เสพยาว่าไม่ใช่อาชญากรแต่นับเป็นผู้ป่วยแทน ซึ่งแนวคิดนี้ค่อนข้างจะก้าวหน้ามาก

ที่ผ่านมานโยบายทั่วโลกใช้วิธีปราบปรามผู้เสพยาอย่างเด็ดขาด ตามมหาอำนาจอเมริกา แต่เนื่องจากผลสำรวจ ออกมาว่าแนวคิดแข็งกร้าวซึ่งจับผู้เสพยาติดคุกหัวโตไม่ได้ช่วยให้คนติดยาลดลง แถมยังกลับมาทำผิดซ้ำซาก หรือกล่าวได้ว่า การใช้นโยบายสงครามยาเสพติดปราบปรามขั้นเด็ดขาดนั้นเป็นนโยบายที่ล้มเหลวทั่วโลก

ดังนั้นการเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยมีโมเดลของประเทศโปรตุเกสในครั้งนี้จึงน่าสนใจมาก เพราะนอกจากเปอร์เซ็นต์ของผู้เสพยาอาจจะลดลงแล้ว ยังทำให้ผู้ติดยาสามารถกลับเข้าสังคมโดยไม่ถูกลงบัญชีรายชื่อว่าเป็นอาชญากรอีกด้วย

•แต่แนวคิดนี้เหมาะสำหรับสังคมไทยหรือไม่ ? •

แน่นอนว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ดี เหมาะสำหรับประเทศที่เจริญ และมีพื้นฐานทางสังคม และสวัสดิการของรัฐที่เพียบพร้อม ในพื้นฐานของประเทศประชาธิปไตย

แต่สำหรับประเทศไทย ยุ่งยากกว่านั้น เพราะมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ปัญหาความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ส่งผลให้เกิดสังคมเหลื่อมล้ำ และชนชั้นอันแตกต่างกันมาก แนวคิดนี้จึงน่ากลัวว่าจะไม่สามารถช่วยให้ประชาชนที่ติดยา เมื่อเลิกติดยาแล้วกลับมาสู่สังคมที่ปกติสุขได้ เพราะต้นตอปัญหาสำคัญของการเสพยานั้นไม่ใช่อยู่แค่ว่าสมควรจับคนติดยาหรือไม่เท่านั้น

แนวคิดนี้จะต้องดำเนินสอดคล้องไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น เพราะแนวโน้มของผู้ใช้ยาเสพติดมักเกิดจากความซึมเศร้า โดดเดี่ยว อยากรู้ อยากลอง ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาของครอบครัวและสังคม

ลองคิดดูกันเล่นๆ หากเราเกิดมาในสังคมที่ไม่ต้องมีปัญหาปากท้อง รัฐมีสวัสดิการเพียบพร้อม คำนึงถึงความเท่าเทียมกันในทุกภาคส่วน ประชาชนมีแรงจูงใจหลากหลาย มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความฝัน มีความสุข มีสิ่งที่อยากทำ โอกาสที่จะหันไปใช้ยาเสพติดก็น้อยลงมาก เพราะมีเป้าหมายในชีวิตหลายทาง เราคงไม่สามารถหันไปติดอะไรจริงจังได้สักอย่าง เพราะชีวิตมีพลวัตรหลากหลาย ให้เลือกทำเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะติดงาน ติดเมีย ติดเซ็กซ์ ติดเกมส์ ติดเฟซบุ๊ก ทำไมเราจะต้องมุ่งความสนใจไปแค่ยาเสพติดด้วยเล่า

ต่างจากคนที่มีปัญหาปากท้อง อดอยาก มีคุณภาพชีวิตไม่ดี และมีลูกออกมาอย่างไม่ตั้งใจ จนเมื่อลูกเติบโตที่อยู่ในสภาพสังคมที่เน่าเฟะ มีปัญหาครอบครัว ไร้ที่พึ่งก็มีโอกาสที่จะหันไปพึ่งยาเพื่อหลบหนีออกจากปัญหาได้ เพราะด้วยชีวิตที่จำกัดเขาไม่สามารถเลือกติดอะไรได้มากมายเท่าไหร่นัก และยิ่งในสภาพสังคมที่ต้องข้องเกี่ยวกับยาก็มีโอกาสหลงไปไม่ยาก
ดังนั้นเรื่องการทำให้ผู้เสพยาถูกกฎหมายเป็นแนวคิดที่ดีมาก ควรทำ โดยเฉพาะในประเทศประชาธิปไตย ที่คำนึงสิทธิเท่าเทียมกันของมนุษย์ แต่ในประเทศที่ยังกดขี่ข่มเหง ยึดหลักอำนาจนิยมในทุกภาคส่วน

ไม่ว่าจะในโรงเรียน ครูพยายามทำให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย มากกว่าคำนึงผลการเรียน

ในมหาวิทยาลัยมีระบบโซตัส ที่รุ่นพี่พยายามข่มเหงรุ่นน้องโดยหลอกล่อว่าเพื่อทำให้สามารถใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงได้

ระบบทหาร ที่ทำให้ทหารเกณฑ์เหมือนทาสมากกว่ามนุษย์

รวมถึงระบบสังคมที่อำนาจนิยมแผ่กระจายไปทั้งการใช้เงิน ยศ ตำแหน่ง ฯลฯ ก็ทำให้เห็นว่าแนวคิดแบบนี้ก็อาจจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ทันที

นอกเสียจากว่าแนวคิดจะช่วยให้ระบบต่างๆของรัฐเริ่มมองบนพื้นฐานของประชาชน

แต่ถึงอย่างไรการได้เห็นแนวคิดใหม่ๆ บนพื้นฐานแห่งมนุษยชนเพียงเสี้ยวเดียว ในช่วงเวลานี้ ก็จุดประกายแสงแห่งความหวังขึ้นมา ในวันที่เทียนไขดับมืดไม่เห็นแม้แต่แสงของเงาจันทร์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ