การรังแกบนอินเตอร์เน็ต (Cyberbullying) เป็นภัยร้ายแรงรูปแบบใหม่เป็นผลกระทบในยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู ซึ่งร้ายแรงและรุนแรงกว่าในยุคก่อนมีอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้เด็กที่ถูกรังแก มักจะเกิดขึ้นในห้องเรื่อง ชั้นเรียน ของตัวเองเท่านั้น ซึ่งมาในรูปแบบล้อเลียน กลั่นแกล้ง ทำร้ายร่างกาย ไถเงิน หรือข่มขู่ ฯลฯ

แต่สำหรับโลกในยุค “ไซเบอร์” ทวีความรุนแรงกว่าเดิมอีกนับร้อยนับพันเท่า เพราะอินเตอร์เน็ตสามารถกระจายการรังแกให้ไวรัลไปไกลเหมือนความไวแสง พลังของการถูกรังแกนั้น จะเหมือนพลุที่ยิงระเบิดออกไป เสียงและแสงของมันได้ประกายไปทั่วจนไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครรับรู้เหตุการณ์ครั้งนี้บ้าง ซึ่งการที่เราไม่รู้ว่ามีใครรู้บ้าง โลกของเด็กคนนั้น จึงเหมือนถูกทุกคนจ้องเล่นจากทั่วทุกสารทิศและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าใครบ้างที่กำลังมองเราด้วยสายตาเหยียดหยาม ใครบ้างที่กำลังจ้องทำร้ายกันแม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม

ดังนั้นภัยร้ายจากเทคโนโลยีการ “แชร์” นั้นรุนแรงกว่าที่คาดไว้ เพราะนอกจากคนแชร์ยังคิดเพียงว่าแต่เป็นเรื่องขำๆ ไม่ซีเรียสจริงจัง เพื่อสนุกสนานภายในกลุ่มเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าการแชร์นั้น กำลังกลายเป็นเครื่องมือทำลายใครสักคนที่คนแชร์ก็ยังไม่รู้ตัว

เหมือนหนังสั้นเรื่อง “Thank you for sharing” ของเต๋อ นวพล ที่กำลังถ่ายทอดให้เห็นการแชร์คลิปประจานเพื่อนในโรงเรียน ที่ไม่คิดว่าจะสร้างผลกระทบให้เจ้าตัว แต่เมื่อคลิปนั้นเผยแพร่ออกไป การแชร์ต่อกัน กลับเป็นการทำลายเด็กหญิงคนนั้นให้ย่อยยับจากเรื่องราวส่วนตัวของเธอ

แต่ความตลกร้ายของกรณีนี้ คือการที่เราคิดว่า “การแชร์” ของเรานั้นเป็นเพียงเรื่องขำๆ ที่สามารถดูแล้วจบกันในกลุ่ม ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตแล้วสร้างผลกระทบไปทำร้ายชีวิตของคนนั้นให้สูญสิ้นได้ แต่วิธีคิดแบบนี้แสดงว่าคนนั้นยังไม่รู้จักอานุภาพของ “โลกไซเบอร์” หรือ “ประเมินค่า” มันต่ำจนเกินไป ไม่คิดว่าปุ่มแชร์เล็กๆในมือของทุกคน จะมีอานุภาพในการเปลี่ยนชีวิตใครบางคนให้กลายเป็นอีกด้านได้

ทุกคนควรตระหนักรู้ว่า “โลกไซเบอร์” คือการเชื่อมต่อโยงกันอย่างยิ่งใหญ่ มันเริ่มจากคนหนึ่ง ไปสู่กลุ่มสนิท ไปกลุ่มสังคมปิดระดับห้อง โรงเรียน แล้วนำไปสู่สังคมออนไลน์ไร้พรมแดน จากเรื่องราวนินทากันลับๆกลายเป็นรังแกกันทางตรงและทางอ้อมอย่างที่คนแชร์คนแรกไม่คิดว่าจะให้เป็นแบบนั้นมาก่อน ซึ่งส่งผลมากมายต่อคนในคลิปที่ถูกประจานอย่างรับมือไม่ทัน หากเด็กคนนั้นจิตใจแข็งพอ และไม่แคร์ต่อเรื่องราวเหล่านั้น เรื่องนี้จะกลายเป็นบทเรียนที่ทำให้พวกเขาหรือเธอแข็งแกร่ง แต่หากไม่ เหตุการณ์น่าเศร้าจะเกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้นทันที เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดกฎหมายเรื่องการรังแกกันบนโลกไซเบอร์อย่างจริงจัง

เราไม่ควรปล่อยให้ความสนุกเล็กๆน้อยๆ การขี้เสือกเรื่องชาวบ้าน ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น และนำมาประจานในกลุ่มเล็กตัวเองๆเด็ดขาด ในยุคที่อะไรก็รวดเร็วว่องไวไปหมด เพราะเพียงแค่กดปุ่มแชร์ไปแล้วเท่านั้น โลกทั้งใบของใครบางคนก็อาจสูญสิ้นไปและไม่มีทางจะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

ในวินาทีจังหวะแห่งการขยับนิ้วเพื่อกดปุ่มแชร์นั้น จงฉุกคิดและคาดการณ์ผลกระทบกันสักนิด เพราะบางทีคนโง่นั้นก็แยกไม่ออกระหว่างคำว่าสร้างสรรค์หรือทำลาย

 

หนังสั้น Thank you for sharing

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ