ทำไมคนพิการถึงออกมาประณามหนังเรื่อง-Me-Before-You

ทำไมคนพิการถึงออกมาประณามหนังเรื่อง Me Before You

คนพิการออกมาประณามหนังเรื่องนี้กันมาก ว่าเป็นหนังที่นำเสนอแนวคิดที่ว่า “ตายๆไปซะเถิดถ้าต้องเกิดเป็นคนพิการ”

ผมในฐานะที่ตามข่าวการประท้วง/ประณาม หลังจากดูเรื่องนี้จบจึงพยายามทำความเข้าใจด้วยมุมมองผู้พิการ ว่าเพราะอะไรหนังเรื่องนี้จึงเป็นภัยกับคนพิการนัก เพื่อให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจจะพลาดไม่ได้มองไป และแน่นอนบทความนี้สปอยล์หนักมากนะครับ

•คนพิการไม่มีตัวตน•

พระเอกของเรื่อง “วิล” ผู้เคยใช้ชีวิตโลดโผน ผจญภัยไปทั่วโลก แต่วันหนึ่งกลับต้องประสบอุบัติเหตุพิการทั้งตัว จนทำให้จิตตก และยังคิดถึงการใช้ชีวิตโลดโผน จึงบอกกันนางเอกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า “การอยู่แบบนี้ ก็เหมือนคนไม่มีตัวตน” นั่นเป็นเหตุผลให้คนพิการอาจสะดุ้งโหยงได้ เพราะเป็นการบอกว่า ความพิการ = ความไร้ตัวตน ความไร้ตัวตนก็หมายถึงเป็นคนไร้คุณค่าโดยทันที

•พระเอกไม่สามารถปรับตัวและเรียนรู้ชีวิตใหม่ได้•

คนพิการมากมายทั้งที่เกิดมาก็พิการเลย หรือไม่ก็ประสบอุบัติเหตุหรือป่วยเป็นโรคบางอย่าง จนทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้การได้ปกติอีกต่อไป จึงต้องพยายามฝ่าฝันสภาพจิตใจตนเองเพื่อไม่ให้คิดฆ่าตัวตาย และเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยสภาพพิการให้ได้ แต่ภาพยนตร์ Me Before You กลับนำเสนอภาพของพระเอกผู้พิการในแบบที่ไม่ต้องการชีวิตอยู่อีกต่อไป เพราะพระเอกยึดติดกับชีวิตโลดโผนผจญภัยที่เคยมีก่อนหน้าประสพอุบัติเหตุ จึงตั้งมั่นว่าจะปลิดชีวิตตัวเองด้วยการการุณยฆาตแบบถูกกฎหมายเพียงเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ปกป้องสิทธิคนพิการออกมาเรียกร้อง เพราะหนังทำให้ภาพการต่อสู้ของคนพิการเพื่อการมีชีวิตอยู่ต่อไปไร้คุณค่าทันที

•ความรักไม่สามารถช่วยให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปได้•

ถึงแม้ว่าพระเอกจะพบกับคนที่รักแล้วในช่วงเวลาก่อนการุณยฆาต แต่ตัวเองกลับไม่เปลี่ยนใจ และเลือกทิ้งคนรัก พ่อแม่ เอาไว้เบื้องหลัง ซึ่งกลุ่มปกป้องสิทธิคนพิการบอกว่าเป็นความเห็นแก่ตัว และยังทำให้เห็นว่า ความรักไม่สามารถรักษาเยียวยาชีวิตให้อยากอยู่ต่อไปได้ หากร่างกายพิการ

•ภาพยนตร์ใช้ความพิการผลักดันให้นางเอกได้เรียนรู้ชีวิต•

ธีมหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามบอกว่าให้นางเอกใช้ชีวิตให้เต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่นัก กลับกันกับพระเอกซึ่งเป็นคนใช้ชีวิตเต็มที่ แต่กลับต้องพบกับอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกต่อไป พระเอกจึงพยายามสอดแทรกความคิดให้กับนางเอกอยู่เสมอ เพื่อให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพราะตัวเขาไม่สามารถทำได้แบบนั้นอีกแล้ว ซึ่งเมื่อเขาไร้ความสามารถทางกายแบบนั้น จึงทำการุณยฆาต และให้พินัยกรรมนางเอก ผลักดันเธอให้มีเวลาออกไปใช้ชีวิตในแบบเต็มที่เหมือนที่พระเอกเคยเป็น หรือกล่าวได้ว่า ภาพความพิการของหนังเรื่องนี้ ถูกสื่อสารในมุมมองของคนไร้ความสามารถที่ไม่อาจทำได้ดั่งใจปรารถนา “แบบนั้นก็ตายเสียดีกว่า” โดยส่งต่ออุดมการณ์ให้คนที่รักได้ทำในแบบที่ตนเคยปรารถนาเสียดีกว่า ความพิการในเรื่องนี้จึงเป็นอุปสรรคให้นางเอกได้เรียนรู้ชีวิตเพื่อผลักดันชีวิตนางเอกให้งดงามขึ้นในตอนจบ

•การดีเบตเรื่องการทำการุณยฆาตสมควรหรือไม่•

แม้เรื่องการทำการุณยฆาตจะเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็มีการถกเถียงกันอย่างไม่จบไม่สิ้นว่า มันสมควรหรือไม่ เพราะฝ่ายที่บอกว่าไม่สมควรเพราะมันทำให้เกิดการต่อต้านการมีชีวิตอยู่ และทำให้มองว่าคนพิการไร้ค่าสมควรตาย ส่วนฝ่ายที่เห็นด้วยก็มองว่าการทำการุณยฆาตเป็นทางเลือกที่ทำให้คนพิการไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป

•หนังเรื่องนี้ยังตอกย้ำความคิดที่ว่าถ้าพิการก็ยอมตายเสียดีกว่า•

หนังยังใช้มุมมองของคนปกติเป็นฐานมุมมองเพื่อทำให้เห็นว่าความพิการสูญเสียชีวิตอันน่าตื่นเต้นไป(ตายทั้งเป็น) จนไร้คุณค่า และควรตาย แถมยังไม่มีการเรียนรู้ชีวิตต่อ ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาพของคนพิการน่าสงสาร (แม้ว่าหนังเรื่องนี้วิลจะเข้มแข็งและไม่ให้เห็นความน่าสงสารเลยก็ตาม) หรือสำหรับคนทั่วไปที่ดูแล้ว ก็จะฝังใจว่าถ้าตัวเองต้องพิการก็ขอยอมตายเลยดีกว่า เพราะฝืนอยู่ต่อไปก็ทนทุกข์ทรมานและเกิดความลำบากในการใช้ชีวิต และไม่มีเหตุในการมีชีวิตใดๆหลงเหลืออยู่แม้แต่ความรักเองก็ตาม
ทั้งหมดนี่คือมุมมองจากกลุ่มของผู้ประท้วงซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงและแสดงความเห็นกันต่อไปว่าแบบไหนควรหรือไม่ควร

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ