ความลับนางมารร้าย

 

The Imagination World and The Pink Utopia

หลัง โดนทำร้ายอย่างแรงจาก ‘มันเปลี่ยวมาก’ ทำให้หนังเรื่องนี้แทบไม่คาดหวังอะไร ผลที่ได้รับคือเกินคาดจากสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังเอาไว้ และสิ่งที่เราชอบคือมันพาเราเข้าประตูไปในดินแดนที่มีมิติกาลเวลาและพื้นที่ ของตนเอง มันเกือบแทบจะปล่อยวางกับตรรกะของเหตุผลในโลกความเป็นจริงด้วยซ้ำ มันเป็นดินแดนที่ดูผิวเผินจะหลุดออกจากความเป็นจริง แม้ตัวละครจะเป็นภาพแทนของคนที่มีอยู่จริง แต่มันก็ถูกแต่งเติมเสริมแต่งให้ขับเน้นความเกินเลย ความไม่สมประกอบ ความไม่มีอยู่จริงขึ้นมา และสิ่งที่มันไปได้ไกลกว่าละครทีวี คือ มันสามารถเขียนบทให้รองรับสังคมร่วมสมัย และการวางสถานะของนางเอกให้แพรวพราวได้มากกว่า ซึ่งตัวละครนางเอก คือโลกจินตนาการของผู้หญิงร่วมสมัยที่ต้องเผ็ดซ่า ดุเดือด เร้าร้อน เข้าสังคม เข้าหาผู้ชายได้อย่างไม่เคอะเขิน เป็นการตอกย้ำความสำคัญกับภาพแทนของผู้หญิงในยุคสมัยใหม่ ก่อนจะสร้างโลกซ้อนขึ้นมาให้กับตัวละครพระเอก ที่ทำให้กลายเป็นคนร่ำรวย มีรถสปอร์ต เป็นคนดี แต่กลับติดแม่ หรือเป็นการเปลี่ยนสถานะระหว่างพระเอก-นางเอก ให้สลับบทบาทกัน ผู้หญิงการเป็นสถานะผู้กระทำเข้าหา หรือเป็นพระเอกแทน อีกทั้งโลกของพระเอกยังขับเน้นด้วยสีชมพู มันจึงทั้งน่าตลกและขบขัน กระทั่งมีฉากที่ออกแบบซีนเป็นสีชมพูทั้งหมด หรือมีสัญลักษณ์สีชมพูที่เข้ามาอย่างจงใจและไม่จงใจตลอดทั้งเรื่อง เหล่านี้มันตอกย้ำให้หนังมันมีโลกยูโธเปียสีชมพูของตนเอง

เราจะมาพูด ตรรกงตรรกะอะไรกับหนังที่ออกแบบตัวเองขึ้นมาในฐานะที่มันอยู่สายพานของระบบ ธุรกิจทุนนิยม หรืควานหาคุณค่าสืบสานต่อของภาพยนตร์ ไม่ได้ แต่สิ่งที่มันทำให้เราเพลิดเพลินกับการจับจ้องภาพของหนัง คือการที่มันบ่งบอกว่า สิ่งที่ปรากฎของหนังมันคือภาพจำลองของโลกแห่งความเป็นจริง หรือมันอาจทำให้โลกความจริงบิดเบี้ยวไปด้วยระบบตรรกะความคิดการนำเสนอที่มัน ทั้งประโลมโลก มันทำให้โลกในหนังเฉิดฉาย และแปลกปร่งโดยเฉพาะเวลาที่หนังนำเสนอสถานที่ที่เราเคยเห็นในโลกความเป็น จริงแล้ว แต่เมื่อมันอยู่ในหนังมันทำให้มิติการมองเห็นของเราสูญเสียไป เช่น สวนสาธารณะ ที่มีวิธีการขับเน้นดึงแต่ความสวยงาม แม่น้ำ ใบหญ้า คนแก่มารำไทเก๊ก ซึ่งเราเคยเห็นในความเป็นจริง แต่พอมาอยู่ในหนังมันกลับเป็นความจริงที่เกินกว่าจริง หรือเราอาจเรียกโลกในหนังว่า เป็นโลกความจริงที่ยิ่งกว่าความจริงได้ ห้างพารากอนก็เช่นกัน ในฉากที่ตัวละครเดินพร้อมผู้คนขวักไขว่ซึ่งแน่นอนเราเคยมีประสบการณ์ในการพบ เห็นแล้ว แต่เมื่ออยู่ในหนัง หนังสร้างสถานการณ์เหล่านี้ให้เหมือนจริง แต่ยิ่งทำให้จริงเท่าใดมันก็ยิ่งเกินจากความจริงไป หนังจึงกลายเป็นโลกเสมือนจริงขึ้นมา เป็นโลกที่เราเห็นแล้วนึกอ้างอิงไปถึงโลกจริงได้ แต่เราเข้าไปมีส่วนร่วมกับโลกในหนังไม่ได้เพราะมันจริงเกินไป มันเป๊ะเกินไป นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่มีอารมณ์ร่วมในการดูหนังเรื่องนี้ใดๆ อาจเพราะผู้กำกับหรือคนถ่ายภาพติดสไตล์การถ่ายหนังแบบโฆษณา ซึ่งพวกหนังโฆษณาก็เป็นสร้างโลกให้คนเข้าไปอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมันเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งโดยใช้วิธีการถ่ายภาพที่มันประณีตเป็นช็อตๆ หรือตัดต่อที่มันเป๊ะเกินไป จังหวะมันพอดีเกินไป มันชัดตื้นชัดลึกที่ถ่ายคนเหมือนสินค้าไป มันจึงไม่มีพื้นที่ว่างให้เรารู้สึกร่วมกับโลกของหนัง เป็นแค่โลกที่ถูกจัดวาง คนจึงกลายเป็นหุ่นยนตร์ เป็นตัวประหลาด เป็นสินค้า ไม่ใช่มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อแต่อย่างใด

แต่ความประหลาดของโลกที่ได้ กล่าวไปแล้วนั้น มันไปได้ไม่สุดทางเพราะหนังยังก้ำกึ่งระหว่างหนังรักแฟนตาซี กับหนังรักดราม่า ที่พยายามผสมกันให้ลงตัว แต่ด้วยสไตล์ถ่ายภาพและออกแบบตัวละครที่่มันเกินจริง ปะทะกับช่วงอารมณ์ที่หนังพยายามให้กลายเป็นหนังรักดราม่าแบบพ่อแง่แม่งอน รวมทั้งการสั่งสอนวิธีการใช้ชีวิตแบบที่เราเคยเห็นตามหนังรักสไตล์นี้ทั่วไป ด้วยหลักคิดเดิมๆ ซึ่งมันทำให้โลกแฟนตาซีเหล่านั้นคุ้นเคยมากขึ้นจากการที่เคยเสพย์หนังหรือ ละครแนวนี้มาทั้งชีวิต ก็ทำให้โลกแฟนตาซีของหนัง โลกที่ผู้หญิงเลือกจับกลุ่มมองหาผู้ชาย เป็นฝ่ายเริ่มเข้าไปหาผู้ชายก่อน ซึ่งค่อนข้างไม่พบเห็นกันบ่อยในหนังหรือละครทั่วไป (แต่ในโลกความจริงเป็นเรื่องปกติ) ก็กลับสมยอมต่อโลกแบบเดิม โลกปกติ โลกนางเอกที่เป็นผู้หญิงร้ายไม่มีอยู่จริง(ในหนังและละคร) โลกที่ทุกคนต้องสยบยอมกับรักแท้ โลกที่ทำให้นางเอกที่ร้ายกลายเป็นเรื่องแฟนตาซีชั่วครั้งชั่วคราว และกลับมาเป็นลูกแมวเชื่องๆ ที่ยอมถวายตัวแต่งงาน

แม้ว่าหนังเกือบจะ สร้างตัวละครนางมารร้ายเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้หญิงในสังคมร่วม สมัย แต่สุดท้ายหนังก็พาผู้หญิงที่เป็นนางมารร้ายเข้าสู่กระบวนการคิดคุณค่า ผู้หญิงเดิมๆที่ปรากฎในสื่อฯ อีกทั้งคำว่านางมารร้ายยังเป็นการคิดในเชิงตัดสินตัวละครเพื่อให้ตัวละครได้ คิดว่า จะยอมเป็นนางมารร้ายแล้วสนุกกับชีวิตไปวันๆ หรือยอมเป็นนางเอกแล้วได้แต่งงานกับพ่อเทพบุตรรูปงาม

ร้อยทั้งร้อยก็เลือกข้อหลัง จนอาจลืมว่าโลกในหนังคือ ‘แฟนตาซี’

 

คะแนน 6.25 /10

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ