The Fast and the Furious (Rob Cohen, USA, 2001) B+

2 Fast 2 Furious (John Singleton, USA, 2003) D

Fast & Furious (Justin Lin,USA,2009) C

Fast Five ( Justin Lin,USA, 2011) B

Furious 6 (Justin Lin, USA, 2013) D

ชอบสุดคือ ภาค 1 ด้วยความที่หนังพาเราเข้าสู่จิตวิญญาณของความเป็นนักซิ่งจริงๆ เช่น เสื้อของไบรอัน ก็จะยาวเหมือนพวกช่างยนต์ พูดภาษาเครื่องยนต์ที่ไม่เราไม่เข้าใจ ต่างๆนานาที่เราทึกทักว่ามันคือ จิตวิญญาณของนักแข่งรถซิ่งนอกกฎหมายจริงๆ หรือเรียกว่าหนังนำพาเราไปสำรวจวัฒนธรรมย่อยในสังคมกลุ่มหนึ่งก็ว่าได้ ทำให้มันน่าติดตามมาก แต่พอมันยิ่งเติบโตเรากลับรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันหายไปจนแทบไม่เหลือเลย เหลือแต่สิ่งที่เป็นฉาบหน้าว่าเป็นหนังนักซิ่งนะ แต่ข้างในกลับมันก็ถูกผสมด้วยหนังแอคชั่นแนวทางอื่น หรือกระทั่งภาคสุดท้ายกลายเป็นหนัง Super Heroes ไปเลย ถึงแม้ภาค 5 จะทำได้กลมกล่อมที่กลายเป็นหนังรวมพลทำภารกิจแต่ก็ไม่ใช่เหมือนที่รู้สึกกับภาค 1 แล้ว

แต่สิ่งที่เราเห็นว่าน่าสนใจ เห็นจะเป็นการสร้างตัวละครซะมากกว่า ทั้ง ไบรอัน โอคอนเนอร์ หรือ โดมินิค โตเร็ตโต้ โดยเฉพาะ โดมินิค ที่มีเชื้อสายอิตาเลี่ยน เขาจะมีชุดค่าความคิดเรื่องศาสนา ครอบครัว เพื่อน ซึ่งเป็นภาพที่สืบต่อมาตั้งแต่ เจ้าพ่อดอน วีโต้ ใน The Godfather (1972) แล้ว ส่วนในแง่ของหนังแอคชั่นก็ซ้ำรอยเดิม อยู่ที่ว่ามันจะเอาไปปะติดปะต่อยังไง ให้มันยังผสมผสานได้ด้วยทิศทางใหม่ๆ แต่สิ่งสำคัญเชื่อว่าไม่ได้อยู่ที่อะไร นอกจากว่าถ้ายังมีคนทั่วโลกดูแล้วยังทำเงิน มันก็ยังพร้อมผลิตตอบบสนองได้เรื่อยๆแน่นอน

ดูหนังเฟรนไชส์ชุดนี้เหมือนได้กลิ่นอายหนังแอคชั่นทุกยุคสมัยเลย

  1. หนังเจ้าพ่อ
    2. หนังคาวบอยสปาเก็ตตี้
    3. หนังแอคชั่นรวมพลทำภารกิจ
    4. หนังฮีโร่ ท่าเหินหาวภาค 5 นี่ใช่เลย
    5. ฉากจบที่เพื่อนรักกันแต่ดันเป็นคนละขั้วของกฎหมายที่ต้องแยกกันในชายแดนเม็กซิโกนี่คลาสสิคมาก
    6. เรื่องการตั้งคำถามระหว่าง ความดีเลว ของตำรวจและแก๊งค์อาชญากรรม
    5. เยอะแยะไปหมดนิยามไม่ถูก

 

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ