ตุ๊กแกรักแป้งมาก

สำหรับเราตุ๊กแกรักแป้งมากไม่ใช่หนังที่โหยหาอดีต แต่มันเป็นหนังที่อุทิศให้แก่การโหยหาอดีต ดังนั้นทุกส่วนของหนังมันจึงคือการย้อนไปสู่อดีตทั้งหมดโดยการที่มันรู้ตัวว่ามันจะอุทิศหรือเคารพยังไงให้ตัวมันเองสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นชั้นที่ 1 คือ ผู้กำกับสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับบ้านเกิดและวงการหนังที่ตัวเองเจอ หรือ ชั้น 2 ที่ตุ๊กแกกำลังเป็นผู้กำกับหนังที่อยากสร้างหนังในความทรงจำของตนเองขึ้น และ ชั้น 3 คือชั้นที่เป็นหนังของตุ๊กแกอีกที

ทั้ง 3 ชั้น ชั้นที่มีความสวยงามที่สุด คือชั้นที่นำเสนอออกมาเป็นภาพจำลองที่เป็นโลกเสมือนของความจริง นั่นก็คือ ความทรงจำตอนเด็กหรือมันคือหนังที่ถูกถ่ายทำในหนังของตุ๊กแกอีกที เหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะเวลาที่เรานึกถึงความทรงจำในอดีตของตนเองในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นมันมักจะกลายเป็นความทรงจำที่มีความสวยงามไม่ว่าจะเศร้าหรือสุขก็ตาม ดังนั้นภาพจำลองมันจึงถูกขับเน้นออกมาให้กลายเป็นความสวยงาม มากกว่าให้มันเป็นตามความจริงที่เราเผชิญในช่วงเวลานั้นจริงๆ หรือพูดง่ายๆว่า ภาพจำลองมันปกปิดความตรงไปตรงมาของความรู้สึกในช่วงเวลานั้นจริงๆซะหมดแล้ว เราจึงเห็นหนังของตุ๊กแกในเรื่องสวยงามมาก หรือถ้าเศร้าก็เป็นความเศร้าที่เป็นขมขื่นแล้วเป็นปมที่มันขจัดไม่ได้อีกแล้ว อย่างเช่นเรื่องของแม่ที่ทิ้งตุ๊กแกไป เป็นปมในใจฝากมาไว้กับชื่อตุ๊กแก แต่ถ้าให้กลับไปค้นหาแม่ของเราที่ทิ้งเราตุ๊กแกก็เลือกจะให้มันเป็นบาดแผลซะมากกว่า เพราะมันเป็นสิ่งทีเป็นเพียงความทรงจำไปแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้กำกับสามารถทำหนังที่เอาตัวเองไปวางอยู่บนเลเยอร์ชั้นที่ 1 ได้ ก่อนที่จะสร้างเลเยอร์ที่ 2 และเลเยอร์ที่ 3 ขึ้นมา โดยที่มันยังมีส่วนร้อยเรียงกันระหว่าง 1 2 และ 3 ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ใช่การสร้างหนังในแบบที่เป็นที่นิยมทั่วไป ที่ เลือกสร้างเรื่องราวของตัวละครขึ้นมาชุดหนึ่ง เป็นโลกใหม่โลกหนึ่ง ที่ตัวเขาทำแค่จินตนาการให้โลกใบใหม่นั้นเป็นในแบบที่เขาต้องการอยากให้เป็น แต่ ตุ๊กแกรักแป้งมากกลับเรียงร้อยเรื่องราวระหว่างตัวคนทำเข้าโลกเรื่องราวที่สร้างขึ้นมา เสมือนว่า เรื่องของเรื่องเล่านั้นเป็นโลกของตัวของคนทำเอง หรือเป็นเสมือนโลกจำลองของตัวคำทำเองไม่ใช่เรื่องราวที่จินตนาการที่สร้างขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องทั้ง 3 ชั้นมันจึงเหมือนกับว่าเป็นโลกเดียวกันที่สร้างซ้อนกันขึ้น เสมือนความทรงจำของเรา

เราไม่แน่ใจว่าโมเดลของความทรงจำตามหลักวิทยาศาสตร์เข้าศึกษากันไว้อย่างไร แต่หนังเรื่องตุ๊กแกรักแป้งมาก เป็นหนังที่ทำให้เรารู้สึกสัมผัสถึงความทรงจำของมนุษย์ได้ หรือเป็นหนังที่นำเสนอจนทำให้เรารู้แก่นของความทรงจำของมนุษย์ได้ว่า มันจะมีรูปแบบอย่างไร เหมือนว่าสิ่งที่ถูกนำเสนอในเรื่องความทรงจำในหนังเรื่องนี้ ได้ทำให้เราพูดถึงและเข้าใจความเป็นความทรงจำของเราเองได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมมากๆ ซึ่งแน่นอนทำให้เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขบคิดเรื่องความทรงจำในหนังเรื่องอื่นหรือเหตุการณ์อื่นๆต่อไปได้

ดังนั้นการที่มีความซ้อนกัน 3 ชั้นอย่างที่เราว่าไป มันไปด้วยกันได้ดีกับเลเยอร์ความทรงจำมนุษย์ และมันทำให้เห็นว่า ศิลปะคือภาพจำลองของการนำเสนอทางด้านความทรงจำได้ดีที่สุดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะภาพยนตร์ เหมารวมไปถึงหนังสือ หรือศิลปะแขนงอื่นด้วย เพราะการทำงานศิลปะคือการนำเสนอความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ และความทรงจำเราออกมาอย่างสร้างสรรค์ โดยที่บ้างครั้งเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำเราคิดนั้นมันเป็นการสนองตอบทางจิตใจอย่างลึกๆว่าเราต้องการทำอะไรหรืออย่างไร

แต่การที่ผู้กำกับต้อม ยุทธเลิศ สามารถดึงความทรงจำของตนเองออกมา เพื่อสร้างสิ่งจำลองให้กลายเป็นภาพยนตร์ แถมในภาพยนตร์ก็ยังซ้อนสิ่งจำลองให้กลายเป็นหนังทบเข้าไปอีกชั้นนั้น เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า คนทำได้เลยเถิดไปไกลกว่าการทำงานศิลปะให้ภาพยนตร์เป็นแค่สิ่งที่สะท้อนภายใต้จิตใจเท่านั้น แต่คนทำสามารถทำให้มันเป็นระบบเสมือนว่าตัวเองรู้การทำงานของของภาวะความทรงจำได้อย่างดี และการที่ทำหนังชั้นแรกก็เพื่อสนองความทรงจำของตนเอง ก่อนที่จะทำให้ตัวละครตุ๊กแกก็เข้าใจความทรงจำของตัวเองโดยการสร้างหนังขึ้นมา ซึ่งมันจะทำไม่สำเร็จเลยถ้าคนทำไม่ได้ใคร่ครวญในภาวะความทรงจำบางอย่างได้อย่างตกผลึกพอประมาณ

แล้วยิ่งในชั้น 3 ที่ของหนังเรื่องนี้ยิ่งประดิษฐ์ตัดแต่งให้มีความไม่ธรรมชาติเท่าไหร่ มันยิ่งบอกให้รู้ว่านี่คือ งานประดิษฐ์ให้เกิดความสวยงามที่เกินพอดี เหมือนเวลาเราสร้างงานศิลปะมันก็มีความเกินเลยออกไปจากความเป็นจริง และในเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างซ้อนเข้ามาอีกชั้น ก็เป็นธรรมดาที่มันจะถูกปรับแต่งเหมือนเป็นการหยิบฉวยสิ่งต่างๆ ทางความทรงจำ เพื่อให้คนคล้อยตาม ดังนั้นมันจึงมีสินค้าทางความทรงจำปรากฎอยู่ในแทบทุกส่วนที่เป็นความทรงจำของตุ๊กแก หรืออย่างที่บอกไปว่า นี่เป็นหนังที่อุทิศแด่ความโหยหาความทรงจำ ดังนั้นการที่มันจะรู้ได้ว่าต้องทำอย่างไร คนทำต้องเข้าใจเสียก่อนว่า อะไรบ้างที่จะเรียกได้ว่าความทรงจำ

และหนังเรื่องนี้ก็สามารถที่จะประเด็นเรื่องซับซ้อนที่เป็นคอนเซ็ฟต์ทางศิลปะจับเข้ามาอยู่วงจรของหนังเมนสตรีมที่หวังรายได้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ และที่สำคัญมันยังถูกประเมินค่าได้ทั้งสองฝ่าย มองได้ 2 มุม หรือมีทั้ง 2 อารมณ์ปรากฎไม่ว่าจะด้วยน่ารักหรือจะเป็นอารมณ์หม่นเศร้าลึก

จนเรารู้สึกได้ว่า ตุ๊กแกรักแป้งมาก ทำสำเร็จผลอย่างมากมายถ้าจะบอกว่า มันสะท้อนภาพให้เห็นความทรงจำของมนุษย์ได้อย่างเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือนศิลปินทางสายศิลปะ

และทุกส่วนของหนังเรื่องนี้มันจึงอุทิศและคารวะแด่ความทรงจำไม่ว่าจะระดับไหนในเรื่องนี้ก็ตาม

นี้จึงเป็นสิ่งที่เรามอบใจให้กับหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ดู และยังเชื่อมั่นมาจนถึงวันนี้ และหวังว่ามันจะไม่ Guilty pleasure ในอีกสิบปีข้างหน้าก็ตาม แต่ถึงจะรู้สึกผิดก็คงไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะมันมีหนังดูตอนเด็กๆ หลายเรื่องที่เราดูหลายรอบ แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับรู้สึกว่าหนังเรื่องนั้นห่วยสิ้นดี

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ