เป็นที่ฮือฮามากในต่างประเทศที่หนังขายเซ็กซ์ทำการตลาดสุดฮือฮาจนหลายคนอาจหวังว่าหนังแบบนี้ก็อาจสามารถทำเงินบนตารางบ๊อกออฟฟิศได้ แต่ช้าก่อน หากดูจากชื่อผู้กำกับแล้ว มันไม่มีทางจะเกิดขึ้นกับ ลาร์ส ฟอน เทียส์ อย่างแน่นอน

เริ่มแรกเลยนี่เป็นหนังที่มีฉากเซ็กซ์อย่างโจ๋งครึ้ม มากจนเรียกได้ว่าหนังโป๊ แต่ถึงแม้จะฉากเซ็กซ์เยอะ ก็ยังมีตัวละคร มีเรื่องราว และเสนอข้อคิดทางปัญญา ทำให้การดูนักแสดงมีชื่อเสียงเกิดความกำหนัดหรือร่วมเพศกันบนจอภาพยนตร์ก็ไม่ได้น่าเกลียด หากแปะป้ายว่าเป็นหนังอาร์ตฟิล์มเหมือนหนังทั่วไป

“Nymphomaniac” เป็นหนังสำรวจชีวิตผู้หญิงหลากหลายคู่ หนังยาว จนต้องถูกแบ่งเป็น 2 พาร์ท มีทั้งหมด 8 ตอน ผู้กำกับพยายามทำส่วนประกอบที่แตกต่างให้เข้ากันได้ในหนังเรื่องเดียว

หนังฉายรอบสื่อมวชนครั้งแรกที่เดนมาร์กเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ผู้กำกับไม่พูดอะไรเพราะต้องการให้หนังมันสื่อสารเสียงดังด้วยตัวของมันเอง

ส่วนรูปโปสเตอร์หน้านักแสดงสุดฟินนั้น เป็นไอเดียผู้จัดการตลาด โดย ฟิลิป ไอน์สไตน์ ลิปสกี้ (คิดกับภรรยา) ลาร์ส ฟอน เทียส์ ก็มีส่วนร่วมในการประชุมการตลาดเสมอแถมยังยุยงให้ใช้วงเล็บในชื่อเรื่อง Nymph( )maniac และยกย่องแท็กไลน์ของหนังที่ว่า “Forget About Love” นี่เป็นความคิดที่ถูกส่งไปยังผู้ชม ตราบใดที่ผู้ชมของเราเคยมีเซ็กซ์ นี่ก็จะเป็นหนังที่พวกเขาสนใจ

หนังจะออกฉาย วันคริสมาต์ ในหลายประเทศทางยุโรป โดยโปรดิวเซอร์ให้เหตุผลว่า เราต้องหาวันที่คนมีเวลาว่างกันมากพอที่จะดูหนัง 2 พาร์ท (4 ชม.) ได้ เราไม่ได้ต้องการให้ครอบครัวมาดูพร้อมหน้าพร้อมตากัน มันเหมาะสมกับโรงหนังอาร์ตเฮ้าส์เสียมากกว่า

ส่วนการฉายในตลาดต่างประเทศนั่นหนังจะออกฉาย 2 พาร์ท พาร์ทแรกเดือนมีนาคม และพาร์ทสองเดือนเมษายน  โดยบทวิจารณ์เป็นทางการนั้นตอนนี้ถูกสั่งห้ามไม่ให้เผยแพร่ จนกระทั่งใกล้วันหนังฉาย แม้หนังที่ฉายจะรวมกัน 2 พาร์ท 4 ชม.แล้ว แต่ยังมีอีกฉบับหนึ่งของ ลาร์ส ฟอน เทียส์ เองที่ยาวถึง 5 ชม. ด้วยกัน ซึ่งมีฉากแท้งลูกที่ตัดออกไป รวมถึงฉากอื่นๆ อีกด้วย แต่ฉบับนี้ก็เป็นไปได้ที่จะถูกฉายในเทศกาล คานส์ และเบอร์ลิน ในต้นปีหน้า เขาบอกว่า สถานที่เทศกาลแบบนี้มันเป็นที่ปกติที่ผู้ชมจะสามรถดูอะไรได้ยาวๆ

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นหนังอาร์ตเฮ้าส์ที่มีฉากเซ็กซ์ชัดเจน โดยมีฉากหญิงฉะหญิง ที่กำกับโดยผู้ชาย ซึ่งแน่นอนมันทำให้เกิดข้อครหา คล้ายเรื่อง “Blue Is the Warmest Color” ที่ถูกวิจารณ์ว่าหนังปรนเปรอสายตาของผู้ชายในการดูผู้หญิงร่วมเพศกัน

ทั้งนี้การกลับร่วมงานอีกครั้งของ  ชาร์ล็อตต์ แกงส์บูรส์ก กับ  ลาร์ส ฟอน เทียส์ ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยเธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันคิดว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาแล้ว” เธอกล่าว “สิ่งที่น่าสนใจในตัว ลาร์ส เพราะว่าเขาผลักดันให้ฉันทำในสิ่งที่กลัวได้” “สิ่งนี้ทำให้ ลาร์ส มีเสน่ห์ แต่เขาก็เป็นผู้กำกับที่อ่านใจยาก ไม่สามารถคาดเดาเขาได้ ถึงแม้ว่าเขาไม่ค่อยกำกับฉันเท่าไหร่ในตอนแรก แต่พอถึงเวลาแสดงเขาจะเข้ามาและเปรับเปลี่ยนมัน”

ส่วนสำหรับการฉายในประเทศไทยนั้น คล้ายอุโมงค์ที่รอแสงจากรถไฟ เสียใจอุโมงค์ดันตัน

ที่มา : Indiewire

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ