รีวิว Following

รีวิว Following (1988)

ทาสแห่งความใคร่รู้

          นี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกของคริสโตเฟอร์ โนแลน(ผู้กำกับ BATMAN THE BEGIN,BATMAN THE DARK KNIGHT,INCEPTION) ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นผู้กำกับโนเนม ด้วยการสร้างภาพยนตร์ทุนต่ำ (ประมาณ 6,000 ดอลล่าร์สหรัฐ) ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาว-ดำ

ความยาว 77 นาที

ชายหนุ่มตกงาน ผู้มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน ใช้ชีวิตโสดอิสระในห้องพักเพียงผู้เดียว ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา เขามักเดินออกไปตามถนนเส้นใหญ่ เฝ้ามองผู้คนเปลี่ยนหมุนไปตามกาลด้วยใจที่หยุดนิ่ง และด้วยความนิ่งนั้นบังเกิดเป้าหมายในการออกเดินตามผู้คนไปอย่างไม่สิ้นสุด จนเป็นที่มาของการสะกดรอยตามผู้คนของเขา ถึงแม้ว่าเขาไม่มีความต้องการใดๆในการสะกดรอยตาม นอกเสียจากกระสันใคร่รู้ในความเป็นไปของชีวิตผู้คนเท่านั้นเอง

นานวันเข้า เขาก็เสพติดการสะกดรอยตามขึ้นในจิตใจ เขาเริ่มมีเป้าหมายในการสะกดรอยตามมากขึ้น วันหนึ่งเขาสะกดรอยตามชายหนุ่มแต่งตัวดูดีคนหนึ่ง ใส่สูท ผูกไทค์ ถือกระเป๋าไว้ข้างตัว แต่หารู้ไม่ว่าความอ่อนหัดของกาสะกดรอยตามแบบสมัครเล่นนั้นทำให้ชายผู้นั้นรู้ตัว และตั้งแต่วินานั้นชีวิตของชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ชายหนุ่มที่เขาสะกดรอยตามมีนามว่า”คอป” เขาได้เชื้อเชิญชายหนุ่มคนนั้นให้เข้าไปในชีวิตของเขา นั้นคือการย่องเบาเข้าบ้านคนอื่น แต่คอปไม่ได้ต้องการทรัพย์สิน หรือเงินทองใดๆ นอกจากความกระสันใคร่รู้เรื่องส่วนตัวของผู้คน คอปสอนชายหนุ่มในการย่องเบาอย่างมืออาชีพ สอนความสนุกในการเข้าไปหาตัวตนของคนที่เขาอยากรู้ และนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าคอป เป็นเพื่อนของเขาโดยทันที

ภาพยนตร์นำพาผู้ชมไปพบสู่โลกแห่งความอยากรู้ โดยผู้กำกับ โนแลนได้มอบบทบาทให้คอป คือเพื่อนแปลกหน้าที่รับหน้าที่สอดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้คนที่ชายหนุ่มใฝ่หา ความอยากรู้ของชายหนุ่มผู้นั้น เปรียบไปก็ไม่ต่างจากผู้ชมที่กำลังงุนงงสงสัยและตื่นเต้นไปกับทฤษฎีการสอดรู้ของคอปอย่างหาที่เปรียบมิได้

ภาพขาว-ดำที่ถูกถ่ายทอดออกมาเสมือนดังจิตใจมนุษย์ที่ลุ่มลึกเยือกเย็นและน่าค้นหา การเล่าเรื่องย้อนหน้าย้อนหลังทำให้ผู้ชมอาจหลงเข้าไปในจิตใจของความใคร่รู้อย่างไม่รู้เดือนวันในการหาหนทางกลับ แม้ยิ่งค้นหาไปเท่าไหร่กลับยิ่งสงสัยแกมสับสนในความเป็นไปของตัวละครมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อความอยากรู้ในฐานะของความเป็นสัตว์ประเสริฐดั่งเช่นมนุษย์ได้ระเบิดขึ้น ก็ไม่มีเหตุอันใดที่ต้องปกปิดความลับให้ฉงนอีกต่อไป เพราะไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ในยุคเสรีภาพจะยอมตกเป็นทาสของสิ่งใดๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งความอยากรู้ของตนเอง

ด้วยระยะเวลาของหนัง 77 นาที เป็นเวลาที่พอเหมาะในการค้นหาความใคร่รู้ของผู้ชม และเมื่อหนังเดินทางมาถึงตอนสิ้นสุดของเรื่องราว หนังได้จบลงในแบบที่ไม่มีปัญหาค้างคาใจให้ใคร่ครวญคิดต่อ นอกเสียจากจะปะติดปะต่อความอยากรู้ของตัวละครชายหนุ่มแต่ละฉากที่ผ่านมาในระยะเวลา 77 นาที ที่ผ่านไปอย่างแนบแฟ้นให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น แม้บทความชิ้นนี้ไม่ได้เฉลยว่าสุดท้ายความอยากรู้ของชายหนุ่มนั้นจะนำพาไปพบต่อสิ่งใด เพราะนั้นคงไม่ใช่แก่นสำคัญของเรื่องราวในเรื่องนี้ สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นแก่นสารที่แท้จริงนั่นก็คือต้นเหตุของการอยากรู้นั่นเอง

ชายหนุ่มอาจได้สนองตัณหาทางจิตใจที่ได้ใคร่รู้เรื่องราวของชีวิตผู้อื่นผ่านการชี้นำของคอป แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเขาได้เข้าใจทฤษฎีการอยากรู้ของคอปมากเท่าไหร่ โลกส่วนตัวของชายหนุ่มผู้นั้นก็ยิ่งถูกเปิดมากขึ้นเท่านั้น และทฤษฎีการสะกดรอยตามที่ชายหนุ่มพึงมี มันอาจไม่ต่างอะไรเลยกับส่วนย่อยของทฤษฎีการอยากรู้ของ คอป นั่นเอง

อ่านรีวิวหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน (DunkirkInterstellarMementoInsomnia)

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ