รีวิว Love Simon

รีวิว Love Simon(2018)

ดีใจมากที่ดูทันในโรง เพราะมันเป็นหนังที่สว่างไสวและเติมไฟชีวิตได้ดีทีเดียว มันอาจเป็นครั้งแรก(มั้ง)ที่หนังที่พูดถึงเรื่องเกย์ หรือ LGBT แต่มันไม่ได้เล่นในมุมสิ้นหวังหรือต้องทนทุกข์กับสภาวะตัวตนของตัวละคร ซึ่งถ้าเทียบจาก A Fantastic Woman หรือ Call Me By Your Name ซึ่งเป็นหนัง LGBT ที่เราดูในปีนี้ มันจะเล่นอีกขั้วหนึ่ง อาจพูดได้ว่าสถานะของหนังเควียร์ยังต้องวนเวียนกับความเศร้า ความผิดหวัง การแหกด่านค่านิยมกระแสหลัก และการไม่ถูกยอมรับ

ไซม่อน จึงเป็นหนังตัวละครเควียร์ที่สว่างไสวที่สุด โชคดีที่สุด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าอิจฉาที่สุด ครอบครัวดี เพื่อนดี แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่พร้อมประกาศตัวเองว่าเป็นเกย์ จนกระทั่งได้พบกับเพื่อนนิรนามคนหนึ่งที่ประกาศตัวออกมาว่าเป็นเกย์ผ่านทางบอร์ดโรงเรียน ไซม่อนได้แอบส่งอีเมล์ติดต่อพูดคุยกัน จนทั้งคู่ได้สร้างแรงบันดาลใจในการเปิดเผยสถานะทางเพศต่อกันให้กับสังคมได้รับรู้

หนังอยู่ในสูตรหนัง Coming of Age ซึ่งการประกาศตัวว่าเป็นเกย์จึงเป็นปมปัญหาหนึ่งค้างคาใจที่จะทำให้ตัวละครต้องดิ้นรนเรียนรู้เพื่อจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นการต่อสู้กับความคิดว่าเราจะประกาศตัวนั้น จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เหมือนการยอมรับตัวตนของตัวเองให้ได้ว่า “เราเป็นเราแบบนี้” และ “ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป” ทุกอย่างเหมือนเดิม แค่บอกอย่างกระจ่างให้ทุกคนได้รู้ และยอมรับและเคารพในการเลือกของเราว่าเราจะชอบเพศไหนและวางตัวเองอยู่บนจุดใดบนโลกใบนี้

แต่นั่นแหละสิ่งเหล่านี้ที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันไม่เคยเล็กมาตลอด เพราะว่าบรรทัดฐานสังคมถูกครอบงำมาด้วยแนวคิดที่วางอยู่บนรากฐานว่ามนุษย์เรามีเพศชายและหญิงเท่านั้น หรืออยู่ในโครงสร้างของความรักต่างเพศเท่านั้น ทำให้สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนี้ เป็นเรื่องผิดปกติไปซะหมด แม้ว่าในปัจจุบันเรื่องของการยอมรับเพศทางเลือกดูเป็นสิ่งที่กระทำกันจนเกือบเป็นปกติวิสัยแล้ว แต่ก็ยังมีความรู้สึกเกรงกลัว หรือความตื่นเต้นที่กลัวคนรอบข้างจะรับไม่ได้อยู่ดี

ฉากตลกน่ารักๆ ซีนหนึ่งที่เล่นอยู่ในจินตนาการไซม่อน ที่ทำให้การประกาศตัวว่ารักเพศตรงข้ามเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ของพ่อแม่บ้างก็คงดี ซึ่งทำให้ลดทอนให้เห็นว่าการประกาศตัวว่าเป็นเกย์ก็ไม่ต่างจากการบอกว่ารักคนเพศตรงข้ามเหมือนกัน

Love Simon จึงเหมือนหนังเฉลิมฉลองให้กับอิสรเสรีภาพในการเลือกเพศของตัวละคร หรือเป็นการฉลอง LGBT Pride ของความหลากหลายทางเพศ ขณะเดียวกันมันพูดถึงความเป็นครอบครัว เพื่อน และการทำให้เห็นว่าการยอมรับซึ่งกันเป็นสิ่งสวยงาม

ถึงที่สุดแล้วหนัง Coming Of Age ที่มักจะเล่นอยู่กับเรื่องความฝันของวัยรุ่น ปัญหาของครอบครัว เพื่อน ความรัก หรือการค้นหาตัวเอง ที่ต้องเผชิญหน้าฝ่าฝันเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องรวมว่าการประกาศตัวเป็นเกย์ของตัวละคร ก็นับเป็นปัญหาหนึ่งที่ควรอยู่ในการเติบโตของตัวละครในแบบหนัง Coming Of Age เหมือนกัน หรืออาจพูดได้ว่าการเรียนรู้ที่จะเป็นเกย์ของตัวละคร ก็สามารถอิน เป็นสากล และอินสไปร์คนทุกคนได้ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ