รีวิว-Parks
รีวิว Parks

ก่อนดูเห็น “Parks” เป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง สวนอิโนะคะชิระ (Inokashira Park) มีอายุครบรอบ 100 ปี ก็แอบทะแม่งนึดนึงว่าหนังจะออกมาท่าไหน เพราะติดกับภาพหนัง PR สถานที่/จังหวัดของไทย มักให้ภาพที่โอเวอร์เกินจริง ยิ่งดูก็ยิ่งเลี่ยน แต่พอเห็นตัวอย่างว่า Parks พยายามเชื่อมระหว่างเรื่องราวความรักของคนในอดีตในสวนแห่งนี้เข้าไว้ในแบบโหยหาอดีตก็คิดว่าน่าสนใจดี

เอาเข้าจริงหนังก็ให้ความสวยงามแบบหนังญี่ปุ่นในสายที่เชิดชูวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบที่เห็นกันบ่อยๆ ทุกสิ่งที่เรามองบนจอจึงสวยงามไปหมดไม่ว่าจะเป็นสถานที่และดารานักแสดง

เรื่องราวหลักของภาพยนตร์ว่าด้วยการติดตามรูปถ่ายใบเก่าเพื่อปะติดปะต่อความรักครั้งวัยรุ่นของพ่อที่เพิ่งจากไปของฮารุ (เมอิ นากาโนะ) กับชาซิกะ (แฟนเก่าของพ่อ) ที่นำพามาพบกับจุน (ไอ ฮาชิโมโตะ) หญิงสาวที่เพิ่งถูกแฟนทิ้งและยังเรียนไม่จบ และ “โทคิโอะ” (โชตะ โซเมทานิ) หลานชายชาซิกะ ที่พบกับเทปรีลเพลงที่ทั้งสองเคยร้องเพลงร่วมกันไว้ในสวนอิโนะคะชิระ ทั้งสามพยายามแต่งเพลงต่อให้จบร่วมกัน

รีวิว-Parks

มองผิวเผิน Parks อาจจะเป็นหนังเพลง เพื่อการเฉลิมฉลองความรักในสวนจากอดีตถึงปัจจุบัน แต่หนังก็มีลูกเล่นเข้ามาที่ทำให้หนังดูมีการพยายามหลุดออกจากการเป็นหนังตามสูตรไปได้ ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นการใช้แรงจูงใจของฮารุในการพยายามแต่งนิยายเพื่อรำลึกถึงพ่อของเขา ทำให้เธอจึงพยายามสานต่อเรื่องราวของพ่อจากช่องว่างที่ขาดหายไป หรือเป็นการดื่มด่ำรำลึกเหตุการณ์อดีตโดยใช้ความทรงจำผ่านรูปถ่าย เทปรีล เนื้อเพลง และความฝันของตัวเอง เพื่อเข้าอกเข้าใจพ่อของเธอให้ได้

การที่ฮารุใช้วิธีการระลึกจินตนาการอดีตของพ่อร่วมกันกับจุน และโทคิโอะ ผ่านความทรงจำร่วมกันในสวนอิโนะคะชิระ เพื่อแต่งเพลงต่อให้สมบูรณ์ด้วยกันนับว่าน่าสนใจมาก เพราะหากมองว่าเรื่องราวความรักของพ่อและแฟนเก่าในสวนเป็นระวัติศาสตร์ย่อยชุดหนึ่ง พวกเขาทั้งสามจึงพยายามสานต่อประวัติศาสตร์จากเอกสารที่มี(รูปถ่าย เทปรีล) จากเรื่องเล่าปากต่อปากของคนในพื้นที่ และบรรยากาศปัจจุบันของสวน เพื่อกลับไปตีความและเข้าใจชุดเหตุการณ์ของอดีต ยิ่งมีเหตุการณ์ที่ฮารุคิดฝัน เสมือนว่าอดีตกำลังฉายภาพอีกครั้ง และมีรายละเอียดต่างๆนานาที่ทำให้เข้าใจอดีต นับเป็นตัวอย่างที่ดีต่อหลายเหตุการณ์ที่คนปัจจุบันพยายามดื่มด่ำและเข้าใจอดีตที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วม จนเกิดเป็นภาวะโหยหาอดีตในเชิงวัฒนธรรม เช่นกัน เรื่องราวความรักครั้งนี้ ก็นับได้ว่าเป็นภาวะโหยหาอดีตของฮารุที่กำลังจะเขียนนิยายเรื่องพ่อของตัวเอง โดยมีเพลง รูปถ่าย และสวนเป็นความทรงจำร่วมกัน เพื่อทำให้อดีตยังกลับมาโลดแล่นในปัจจุบัน เหมือนกับวัฒนธรรมเก่าทั้งหลาย ที่ถูกประกอบสร้างใหม่และนำมาถ่ายทอดในปัจจุบันให้ได้

ดังนั้นการร้อยต่อจากความรักของพ่อ เพื่อสานต่อบทเพลงเดิม ให้ร่วมสมัย ในพื้นที่เก่าที่ผ่านยุคสมัยของสวนอิโนะคะชิระ จึงเป็นสิ่งที่เพื่อนทั้งสามพยายามช่วยกัน ชุดความทรงจำร่วมในหนังเรื่องนี้จึงสำคัญมาก เพราะมันคือการใช้ปัจจุบันเข้าไปปรับแต่งอดีตด้วยจินตนาการอนาคต สวนแห่งนี้จึงเหมือนพื้นที่มีทั้งอดีตและปัจจุบันอาศัยอยู่ร่วมกันในคราเดียว เพลงของพ่อที่ยังไม่สมบูรณ์ในอดีตแต่สมบูรณ์ในปัจจุบัน เพลงจึงเป็นทั้งเพลงอดีตและปัจจุบันในคราวเดียว โดยมีฮารุเป็นกลไกสำคัญ

ที่กล่าวไว้ว่าหนังเหมือนจะตามสูตรแต่ก็มีเล่นท่ายากอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ การที่หนังวางโครงสร้างเป็นตอนๆ แบบหนังสือ เหมือนถอดออกมาจากนิยายของฮารุ ที่กำลังเขียน รวมถึงเหตุการณ์ในเรื่องกลายมาเป็นตัวละครในนิยายของฮารุซะเอง แต่สิ่งที่นับว่าหาญกล้าอย่างมากคือ ในช่วงเวลาจุน เธอพยายามจะแต่งเพลงให้จบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในปริญญานิพนธ์ แต่ในวันที่เพลงแต่งเสร็จแล้ว ฮารุกลับบอกว่าเพลงที่เธอแต่งนั้นสูญเสียความดั้งเดิมจากเพลงต้นฉบับเกินไป ทำให้จุน ตกอยู่ในภวังค์ความล้มเหลวและหลุดออกไปไม่ได้ หนังใช้ซีเคว้นแปลกตาขึ้นมา เหมือนว่าจุนกำลังมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ฉายภาพตัวเองอยู่ เหมือนเธอเป็นหนังในเรื่องที่ตัวเองกำลังเล่น และไม่รู้จะไปทางไหน อีกทั้งมีเสียงกำกับซึ่งน่าจะเป็นเสียงฮารุที่เขียนนิยายเรื่องนี้ กำลังค้นหาทางออกให้ตัวจุนเอง ตัวจุนจึงเหมือนเป็นตัวละครในนิยายของจุน ทำให้ชักไม่แน่ใจว่า กระบวนการที่คนดูกำลังดูบนจอนั้นเป็นกระบวนการไหนกันแน่ หรือทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเล่าในนิยายของฮารุเท่านั้น ซึ่งจุดนี้ทำให้หนังมีความ Metafiction ขึ้นทันที หมายถึงว่า หนังเหมือนเป็นเรื่องแต่งว่าด้วยเรื่องราวของการแต่งนิยายของฮารุ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเพื่อนสามคนที่พยายามแต่งเพลงต่อให้จบ โดยในส่วนของเลเยอร์การแต่งกับเลเยอร์เรื่องแต่งมีส่วนที่ซ้อนทับกันบ้าง

แต่ไม่ว่าหนังจะเป็นอย่างไรก็ตามถึงที่สุดแล้ว เลเยอร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของการค้นหาความทรงจำร่วมกันของเพื่อนทั้งสามคนที่พยายามแต่งเพลงต่อให้จบ โดยมีแบล็คกราวน์เป็นสวนอิโนะคะชิระ ก็นับได้ว่าสมบูรณ์ในตัวเองแล้ว แม้ว่าเรื่องราวส่วนตัวของตัวละครจะไปได้ไม่สุดทางและผันจบอย่างง่ายดายก็ตาม 

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ