รีวิว Sicario

Sicario ฉายจริงแล้ววันนี้ อย่าลืมไปดูกัน ภาพยนตร์ที่จะพิสูจน์ฝีมือผู้กำกับ เดนิส วิลเลเนิฟ (Prisoner, Enemy) กับการกำกับที่แมสขึ้นเรื่อยๆๆๆ แต่ยังความสไตล์ความเงียบที่กดดัน ที่เล่นกับสภาพจิตใจของตัวละคร ซึ่งเป็นจุดเด่นของผู้กำกับสัญชาติ แคนาดา คนนี้ได้อย่างดี

หนังจะพาคนดูเข้าไปร่วมภารกิจปฎิบัติการทลายแก๊งค้ายาเม็กซิโกผ่านสายตาของตัวละครเอฟบีไอหญิง (เอมิลี่ บลันท์) แล้ว เราจะได้เห็นความฉ้อฉลกับดินแคนคนโฉดแห่งเม็กซิโก ไม่ต่างจากดินแดนอ้างว้างแห้งแล้งใน No Country for Old Men (2007) ซึ่งได้ผู้กำกับภาพเต็งออสการ์อีกครั้งและอีกครั้งคนเดียวกันแต่ไม่เคยได้ซักที อย่างโรเจอร์ ดีกินส์ มาถ่ายภาพในหนังเรื่องนี้ด้วย

สิ่งหนึ่งที่หนังพาคนดูเข้าไปสำรวจและตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน และเส้นแบ่งระหว่างศีลธรรมชั่วและดีอยู่ตรงไหนและใช้การได้หรือไม่ในดินแดนสีเทา ผ่านตัวละครสำคัญอเลฮานโดร(เบนเนซิโอ่ เดล โตโร่) ซึ่งทำให้เราได้ครุ่นคิดและตั้งคำถามของจริยธรรมในตัวเขาตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้าย

Sicario จึงเป็นงานอีกขั้นของ เดนิส วิลเลเนิฟ ที่ละทิ้งการทำหนังที่มองมุมองภายในส่วนตัวของตัวละครออกมาเล่าในเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้น มองภาพรวมของสังคม, กฎหมาย และรัฐ มากขึ้น แต่ก็ยังคงมีสไตล์ที่เป็นส่วนตัวผ่านความเงียบ ผ่านการจัดวางองค์ประกอบภาพที่มีสไตล์ และตัวละครที่ดำรงอยู่บนเส้นแบ่งสีเทาๆ ที่ชวนครุ่นคิดและใคร่ค้นหา

นี่จึงเป็นหนังที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะคิดว่า วิลเลเนิฟ กำลังจะเฉิดฉายและมีชื่อเสียงที่มากขึ้นในอนาคต และหนังเรื่องก่อนหน้าของเขาจะได้รับการเอากลับมาดูซ้ำและชื่นชมมากกว่าเดิม ในฐานะผู้กำกับที่ทำหนังอินดี้และสามารถนำสไตล์ของตัวเองเข้าไปอยู่ในหนังแมสได้ เหมือนผู้กำกับหลายคน และหนึ่งในนั้นคือ “คริสโตเฟอร์ โนแลน”

เพียงแต่ว่า เดนิส วิลเลเนิฟ ยังต้องได้รับการพิสูจน์ฝีมืออีกพอสมควรในฐานะผู้กำกับหนังแมส แต่สำหรับหนังอินดี้นอกกระแสที่ทำหนังบ่งบอกตัวตนนั้น วิลเลเนิฟ ได้ทำสำเร็จมามากพอแล้ว

หวังว่าจะช่วยจับตา “เดนิส วิลเลเนิฟ” ไปด้วยกันว่าจากนี้ไปเขาจะพาตัวเองไปสู่จุดสูงสุดของผู้กำกับที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในประเทศอเมริกาได้หรือไม่

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ