รีวิว-STILL-ALICE

รีวิว STILL ALICE (2014)

1. ทุกวินาทีของจูเลี่ยนแอนน์ มัวร์ บนจอภาพยนตร์เป็นการแสดงที่ไม่เหมือนการแสดง เพราะเราเชื่อและคล้อยตาม เหมือนว่าเธอผจญกับโรคอัลไซเมอร์จริงๆ

2. ใครเคยปรามาสนู๋คริสเท่น สจ๊วร์ต ก็เตรียมตัวกลืนน้ำลายกันได้เลย เพราะเหนือไปจากการแสดงของป้าจูเลียนแอนน์ มัวร์ (ไม่ค่อยอยากนับเพราะแสดงเกินมนุษย์ไป) ก็จะมีนู๋คริสเท่นนี่แหละ ที่ทำให้หนังดูกลมกล่อม มีความลงตัว และทุกครั้งที่เธอปรากฎออกจากจอมันช่วยส่งตัวหนังให้ดีงามขึ้น (อึก!! เสียงกลืนน้ำลาย)

3. การกำกับภาพของหนังในเชิงลูกเล่น เช่น การปรับความชัด-เบลอ ของหนัง เพื่อตีความให้สอดคล้องระหว่าง จำได้-จำไม่ได้ ทำให้จังหวะที่ป้าอลิซเกิดอาการหลงลืมความจำภาพใช้ชัดตื้น-พื้นหลังเบลอ ซึ่งทำการมองเห็นภาพของเราผิดปกติไป เป็นการตีความที่ดึงผู้ชมให้รู้สึกร่วมไปกับอาการอัลไซเมอร์

4. Still Alice ดีตรงที่เป็นการทำหนังมนุษย์นิยมที่หลุดออกจากมนุษย์นิยมแบบจำเจสไตล์อเมริกันจนเกินไป หมายถึงว่า ครอบครับของป้าอลิซ ก็เป็นเพียงครอบครัวหนึ่งของป้า ไม่ใช่การถูกเชื่อมโยงให้ครอบครัวเธอกลายเป็นตัวแทนของอเมริกันทั้งมวล และพอหนังไม่ถูกแทนที่เป็นตัวแทนของเมกันทำให้มันจึงเป็นหนังมนุษย์นิยมที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาต่อมนุษย์มากๆ

5. ชอบการออกแบบอาชีพของตัวละครป้าอลิซให้เป็นอาจารย์สอนทางด้านภาษาศาสตร์ เพราะเห็นความชัดเจนว่า เป็นลูกเล่นของหนังเพื่อทำให้น่าคิดในหลายประเด็นโดยที่หนังไม่ต้องเน้นย้ำใดๆ เพราะ อาจารย์ภาษาศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้ภาษา การออกเสียง การเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นรูปคำ ซึ่งอัลไซเมอร์ เป็นอาการความบกพร่องทางความทรงจำซึ่งเป็นผลให้การใช้ภาษาผิดเพี้ยน เช่น หลายครั้งป้าอลิซคิดไม่ออกว่าจะใช้คำไหนเพื่อสื่อสารความคิดออกไป คล้ายคำคลังหล่นหายไป คล้ายนักเขียนมีภาพในหัวแต่นำเสนอออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความทุกข์ทรมานหนักกว่าคนทั่วไปอีกหลายเท่า

6.สุดท้ายสิ่งที่เน้นยำของหนังเรื่องนี้ก็คือภาพของครอบครัว ความรัก เอาใจใส่ ระหว่างแม่และลูก แม่ที่อยากให้ลูกได้ดี มีอาชีพมั่นคงในชีวิต ลูกที่ต้องการมุ่งมั่นทำตามความฝันโดยไม่สนเส้นทางที่มั่นคง สิ่งเหล่านี้ทำให้ still alice เป็นหนังที่เล่นกับประเด็นความสัมพันธ์รายล้อมตัว ความคิดความรู้สึกที่สามารถปรากฎได้จริงในชีวิตประจำวัน จนเป็นหนังที่นำเสนอความเป็นมนุษย์ได้อย่างเป็นจริง แม้ว่าหนังจะต้องจบลงตามระยะเวลาพอสมควรของตัวหนัง และเลือกจบในจังหวะที่ทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตที่สว่างไสวที่สุดระหว่างความสัมพันธ์ของแม่ลูก แต่ในความเป็นจริงแล้วชีวิตของผู้ป่วยยังต้องดำเนินต่อไป และในบางแง่มุมก็ไม่ได้สวยงามแบบที่หนังพยายามจะทำให้เห็น แต่การเลือกนำเสนอมุมมองแบบนี้ ทำให้เราเข้าอกเข้าใจผู้ป่วยถึงความสูญเสียที่ถูกพรากอย่างที่ไม่ทันตั้งตัวมาก่อน จน Still Alice เป็นหนังส่งเสริมคุณค่ามนุษย์ที่ต้องต่อสู้กับบางสิ่งที่เข้ามาหาเราอย่างไม่ทันตั้งตัวได้ดีเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ