วิจารณ์ The Third Murder (2017) การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

รีวิว The Third Murder (2017) การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

1. สำหรับเรานี่เป็นภาพยนตร์ที่สนุกมาก เพราะมันเหมือนตรึงเราด้วยคาแรคเตอร์ตัวละคร และชวนค้นหาความจริงของตัวเรื่อง ซึ่งหนังได้วางกับดักเราไว้ตลอดทาง แม้เริ่มต้นหนังจะทำเป็นเหมือนหนังที่ตัวทนายชิเงโมริพยายามช่วยเหลือจำเลยฝ่ายของตนเองไม่ให้ถูกประหารชีวิต โดยไม่สนใจว่าความจริงจะเป็นอย่างไร แต่สนใจหลักฐานและแรงจูงใจที่เป็นไปได้ทั้งหมด เพื่อหาช่องว่างทางกฎหมาย และเปลี่ยนจากการฆ่าปล้นทรัพย์เป็นการฆ่าด้วยความแค้น โดยไม่จำเป็นต้องไปสืบหาอะไรให้มากความ ซึ่งทำให้เห็นจริยธรรมของทนายที่สนใจในการสืบสวนเป็นเกมส์ภาษา ตรรกวิทยา มากกว่าจะเป็นเรื่องของมนุษยธรรม ความเห็นอกเห็นใจผู้ถูกกระทำ

2.แต่หนังก็พลิกตลบหลังจากที่ มิสิมึ ตัวฆาตกร ได้ทำการกลับคำและเริ่มโยงเหตุผลไปต่างๆนานา ที่ทำให้ข้อสันนิษฐานผิดเพี้ยนไป เช่นการให้สัมภาษณ์นิตยสารว่า เมียของเหยื่อจ้างวานฆ่าเพราะต้องการเงินประกัน ทำให้เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะง่าย เพียงแค่ทำให้โทษลดลง กลายเป็นเรื่องราวโอละพ่อ เพราะทนายความไม่เพียงเริ่มสับสน แต่เริ่มพยายามค้นหาเบาะแสความเป็นจริง เป็นเหตุให้เขาต้องเข้าไปคลุกคลีกับสิ่งต่างๆ รอบตัวของฆาตกร และผู้เกี่ยวข้องของฝ่ายเหยื่อด้วย

รีวิว-The-Third-Murder-(2017)-การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

3.หลังจากนี้หนังก็เริ่มทำให้ ‘ความจริง’ กลายเป็นประเด็นสำคัญของเรื่อขึ้นมา เพราะทนายความซึ่งถูกจำกัดด้วยข้อมูลเท่ากับคนดู ต่างพยายามค้นหาความจริงไปด้วยกัน และยิ่งสืบเสาะหาความจริงไปเท่าไหร่ จากปากผู้เกี่ยวข้อง ก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เพราะยิ่งมีข้อมูล ก็รู้ว่าความจริงมีหลากหลายให้เลือกเชื่อ และแต่ความจริงนั้นก็มีมูลและแรงจูงใจ ให้เป็นไปได้แทบทั้งนั้น แล้วเขาจะสามารถเชื่ออะไรกับใครได้

4.หนังไม่เพียงพาสืบหาความจริงอันสับสนและยุ่งยาก แต่ยังได้พาสำรวจธรรมชาติของมนุษย์ ธรรมชาติของฆาตกร ในแง่มุมต่างๆ และความเจ๋งของตัวหนังคือการเขียนบท ให้ทั้งฆาตกร เหยื่อ และทนาย ซึ่งเป็นผู้ชายที่เป็นพ่อทั้งหมด มีความเชื่อมต่อบางอย่างร่วมกัน ทำให้ทนายความซึ่งมีลูกสาวอายุเท่าๆกับ ลูกสาวของเหยื่อ ซากิเอะ ซึ่งมีความน่าสงสัยลึกลับ และเป็นเด็กเก็บตัวเงียบ รู้สึกมีความเชื่อมต่อ โยงใยความรู้สึก หรือแรงจูงใจ กันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทนายความพยายามค้นหาจากฆาตกร แต่กลับหาไม่พบ แต่ตัวเขาเองก็กำลังถลำลงไปในเรื่องของฆาตกรจนตัวเองจิตตก หนังใช้ภาพสะท้อนกระจกในห้องเยี่ยมฆาตกร ซึ่งตลอดทั้งเรื่องเป็นภาพพูดคุยกันคนละฝั่งของจอภาพซ้ายขวา แต่เมื่อช่วงท้ายๆ หนังกลับให้การพูดคุยกันคนละฝั่งนั้นซ้อนทับกัน ซึ่งทำให้รกหูรกตาคนดู แต่มันสะท้อนให้เห็นความสวมทับบางอย่างระหว่าง ฆาตกรและทนาย เปิดโอกาสให้คนดูได้เกิดการตีความถึงความถลำลึกในจิตใจของทนายและฆาตกร

วิจารณ์-The-Third-Murder-(2017)-การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

 

5.เกมส์สะท้อนความจริงในหนังเรื่องนี้ สำหรับทนายความ อัยการ และผู้พิพากษา ไม่ใช่ความจริงๆ จากเหตุการณ์จริง ว่าใครฆ่าใคร แต่แสดงให้เห็นเกมส์ภาษาข้อสันนิษฐานต่างๆ ที่ไว้ใช้ถกเถียง และมูลเหตุต่างๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความจริงเลยก็ได้ ถึงจุดนี้ทำให้เห็นว่า ผู้ที่ถืออำนาจไว้ในมือในฐานะผู้ตัดสินพิพากษาชะตากรรมของฆาตกรก็ไม่สามารถเข้าใกล้ความจริงว่าเขาเป็นฆาตกรจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งประเด็นนี้ทำให้คนดูตั้งคำถามต่อระบบยุติธรรมว่ามันใช้ได้ผลหรือไม่ ในการพิพากษาตัดสินชีวิตใคร ในขณะที่ความจริงที่ได้รับมันหลากหลายเหลือเกิน

6.สุดท้าย ประเด็นที่ผู้เขียนสนใจที่สุดในหนังเรื่องนี้ คือเรื่อง “ความจริง” ซึ่งความจริงในแง่นี้ไม่ใช่ว่าใครคือคนรู้ความจริง แต่เป็นความจริงในเชิงปรัชญาว่า หากความจริงไม่ใช่หนึ่งเดียว แต่มีมากกว่าหนึ่ง และทุกความจริงมีเหตุผลน่าเชื่อถือในเชิงอ้างเหตุผลได้หมด ตามข้อมูลที่หนังมีให้แล้วเราจะเชื่อความจริงชุดไหน หรือสุดท้ายมันแล้วแต่มุมมอง แล้วถ้ามันมีชุดความจริงมากมายให้เลือกเชื่อ และบุคคลผู้พิพากษาตัดสินเลือกใช้เพียงความจริงชุดเดียวเท่านั้นที่ตัวเองเชื่อหรือทำให้คดีมันจบๆไป(เสียเวลา) จะยุติธรรมแล้วหรือไม่ ? ในการพิพากษาใครคนหนึ่ง หรือจริงๆแล้วมนุษย์ก็ไม่อาจสามารถตัดสินชีวิตใครได้อย่างยุติธรรม ทำได้อย่างจำกัดสุดๆ

รีวิว-The-Third-Murder-(2017)-การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

7.นอกจากเรื่อง ความจริงแล้ว หนังยังถกเถียงเรื่องโทษประหาร ผู้พิพากษาเกษียณอายุ ผู้เป็นพ่อของทนายความ ซึ่งได้ตัดสินโทษจำคุก มิสึมิ 30 ปี จากคดีฆ่าเจ้าหนี้ 2 คน โดยหวังว่าฆาตรกรจะกลับตัว แต่เมื่อผ่านไป 30 ปี เขาก็ออกมาก่อเหตุซ้ำ แนวคิดที่เขาเคยเชื่อว่า คนร้ายนั้นไม่ได้ร้ายแต่กำเนิด แต่ร้ายเพราะสภาพแวดล้อมและสังคมเป็นต้นเหตุ กลับพังทลาย และบอกว่าถ้ากลับคำตัดสินได้เขาจะเลือกประหารชีวิตมิสึมิแทน เพื่อขัดขวางไม่ให้ออกมาฆ่าคนอีกใน 30 ปี แนวคิดของพ่อทนายความคนนี้เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา และที่สำคัญฆาตกรก็เชื่อว่าเขาไม่ควรเกิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว การก่อเหตุจึงดูสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าเขาเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดมา ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งน่าสนใจว่าทำไมเขาถึงเลือกเชื่อแบบนั้น เขามองว่าชีวิตเขาไม่มีเจตจำนง หรือตัวเขากำลังเล่นบทของผู้ที่เลือกสรรชีวิตของเขาให้เป็นแบบนี้ เหมือนที่เลือกกำหนดชะตากรรมของบรรดาสัตว์ที่เขามี มนุษย์มีเจตจำนงหรือเป็นเพียงถูกกำหนดมาไว้อยู่แล้วจึงเป็นคำถามสำคัญที่หนังได้ชวนครุ่นคิด

8.อย่างไรก็ตาม เหนือจากการเป็นหนังค้นหาความจริง ของฆาตร ตัวหนังยังได้สะท้อนสภาพครอบครัวในสังคมญี่ปุ่น สำรวจความสัมพันธ์พ่อกับลูกสาว ซึ่งเป็นแนวถนัดโคเรเอดะ หรือหนังญี่ปุ่นร่วมสมัยก็มักจะเล่นกับประเด็นนี้ โคจิ ยากุโช ผู้รับบทในฆาตกรเรื่องนี้ เคยรับบทพ่อใน THE WORLD OF KANAKO ซึ่งว่าด้วยการสืบทอดความชั่วร้ายอันเลวระยำที่พ่อมีต่อลูกสาว โดย The Third Murder วนรอบไปด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกสาว ที่เต็มไปด้วยปมปัญหา ถึง 3 ตัวละคร ไม่ว่าจะทนายกับลูกสาวของเขาที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ พ่อที่เป็นเหยื่อฆาตกรกับลูกสาวขาเป๋ ที่สุดท้ายหนังก็บอกข้อมูลสำคัญที่ทำให้เห็นว่าพ่อของเธอล่วงละเมิดทางเพศเธอจนทำให้ความจริงในเรื่องเปลี่ยนแปลงไป และตัวฆาตรกรที่มีลูกสาวที่ไม่ได้เจอกัน 30 ปี ซึ่งข้อมูลเดียวที่ได้รับคือเธออยากให้พ่อๆ เธอตายๆ ไปซะ ความสัมพันธ์อันปวดร้าวระหว่างพ่อลูกในครอบครัวญี่ปุ่นสมัยใหม่เป็นปัญหาที่สะท้อนสภาพสังคม และเป็นปมสำคัญที่หนังมักจะนำมาใช้เพื่อทำให้เห็นความไม่สมประกอบ ความไม่สงบสุข ในสังคม ซึ่งก่อตัวเป็นความบาดหมาง ความเย็นชา และนำไปสู่ฆาตกรรมเงียบที่ไม่อาจรับรู้ได้ว่า ความจริงอยู่ที่ใด ซึ่งการสิ้นสลายความจริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ทำให้เห็นว่า แม้แต่สัจธรรมที่ควรเคารพนับถืออย่างความจริงยังพังทลายไปซึ่งยิ่งทำให้ความมืดครึ้มอึมครึมของชีวิตที่ไม่รู้เราจะพึ่งพึงอะไรได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสิ้นหวัง เย็นชา ในทุกระบบโครงสร้างในสังคมญี่ปุ่น

9.The Third Murder จึงไม่ใช่เพียงแค่หนังที่กัดกร่อนกระบวนการยุติธรรม แต่มันยังสะท้อนให้เห็นธรรมชาติอันดำมืดของมนุษย์ และปมปัญหาสำคัญในครอบครัว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปรูปรอยนี้ ที่ซึ่งไม่มีความจริงเหลืออยู่ เหลือแต่ความจริงจากชุดที่เราเลือกเชื่อเพียงเท่านั้น

วิจารณ์-The-Third-Murder-(2017)-การสืบหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ