Three Billboards Outside Ebbing, Missouri (2017)

ชอบกลิ่นอายพี่น้องโคเอนในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเรื่องราวของเมืองชนบทในอเมริกา เซนส์ตลกร้าย และความเป็นมนุษย์หมิ่นเหม่ศีลธรรมสีเทาๆ
 
ไฟเพลิงแดงจ้าแผดเผาในหนังเรื่องนี้ เปรียบเหมือนไฟโลกันต์ที่แผดเผาเข้าไปถึงจิตใจตัวละคร ที่สุมความโกรธแค้นในระดับสังคมและความโกรธโกธาในระดับปัจเจกชน
 
ความแค้นเคืองโกรธระบบยุติธรรมของตำรวจที่ไม่สามารถสามารถสะสางคดีฆ่าข่มขืนลูกสาวของตัวเองได้ ทำให้ เธอต้องลุกขึ้นมาเสียบประจานและเรียกร้องผ่านแผ่นป้ายบิลบอร์ด 3 ป้าย
 
รีวิว-Three-Billboards-Outside-Ebbing,-Missouri
หนังไม่ได้มุ่งสอบสวนสืบสวนหาคนร้ายและนำมาลงโทษไม่ว่าจะเป็นแบบถูกต้องตามกฎหมาย หรือจะแบบละครเรื่องล่าทำก็ตาม แต่กลับกันมันทำให้เห็นว่าทุกคนในหนังเรื่องนี้มีข้อบกพร่อง มีความผิดบาปในใจที่อยากสะสาง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่เนื่องจากวิธีคิดแบบมองโลกในแง่ร้ายของหนัง (ในแบบพี่น้องโคเอน) ทำให้เราไม่สามารถมั่นใจหรือยึดหลักใดๆ ได้ว่า ตัวละครจะเดินไปตามกรอบศีลธรรมอันดี
 
ป้า มิลเดรดเธอแค้นเคืองโกรธไปทุกสรรพสิ่งโดยเฉพาะกับพวกตำรวจที่ไม่ยอมสะสางคดีเธอให้สำเร็จได้ แต่ความผิดนี้ก็อาจโยงไปถึงการที่หนังทำให้เห็นว่าเธอมีเรื่องบาดหมางกับลูกสาวจนทำให้เรื่องราวนำมาสู่จุดนี้ เธอเป็นเหมือนเพลิงที่พร้อมแผดเพาใครก็ตามที่ขัดขวางความยุติธรรรมที่เธอกำลังเรียกร้อง ไม่ว่าจะต้องร้ายกลับ หรือทำระยำเบอร์ไหนคืน (อีกประเด็นคือประเด็นที่เธอถูกใช้ความรุนแรงจากผัวเก่า)
 
อีกตัวละครหนึ่งที่สำคัญคือ ดิกซอน (แซม ร็อคเวล) นี่คือตัวละคร ที่ทำให้เห็นว่าคนที่อยากจะเป็น กับสิ่งกำลังเป็นอยู่ มันแตกต่างกันขนาดไหน นี่เป็นตัวละครในแบบที่เราอินมาก เพราะมันเป็นตัวละครที่มันยังยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ บางครั้งเราก็ไม่แน่ชัดว่าเราต้องการอะไรจากชีวิตนี้กันแน่
รีวิว-Three-Billboards-Outside-Ebbing,-Missouri
 
นายอำเภอ วิลลอจบี นี่อาจเป็นตัวละคร ที่อยู่ตรงกลางระหว่างความดีความเลวได้ดีที่สุดแล้ว และมองโลกกลางๆ ที่สุด แต่ตัวเขาก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบของการเป็นหัวหน้าตำรวจต่อคดีนี้ ในขณะที่ตัวเขาก็กำลังเป็นโรคร้ายและกำลังจะตาย
 
หากมองในแง่บริบท Three Billboards อาจเป็นเหมือนการเสียดสีตลกร้ายต่อสังคมในยุคทรัมพ์ขึ้นมาอำนาจก็ได้ เพราะมันทำให้เห็นความน่าสลดใจในกระบวนการยุติธรรม ทำให้เรานึกถึงหนัง No Country For Old Men ซึ่งพูดถึงผู้ร้ายยุคใหม่ที่ไม่มีใครกล้าต่อกร และไม่มีกำราบลงได้ แต่ Three Billboards มันพูดถึงสังคมที่ไม่สามารถเชื่อมั่นกฎเกนฑ์ของผู้พิทักษ์กฎหมายได้ เพราะหลายครั้งผู้พิทักษ์ก็ทำลายกฎหมายซะเอง อีกด้านหนึ่งมันพูดไปถึงความลึกของมนุษย์ ทำให้เห็นมนุษย์ที่เลวร้ายและมีข้อบกพร่อง มนุษย์เต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด ใช้ความรุนแรง รอคอยความหวัง และอาจไม่เชื่อในการมีอยู่ของพระเจ้าอีกต่อไป เพราะสังคมที่รับใช้พระเจ้าก็ทำเรื่องเสื่อมเสียซะเอง อย่างที่หนังมีฉากหนึ่งที่พูดเรื่องนี้จริงจังที่เอาบาทหลวงมาด่าไม่ไว้หน้า
 
Three Billboards จึงเป็นหนังที่มองโลกในแบบแง่ร้าย ด้วยสภาพสังคมที่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดคนร้าย ในขณะเดียวกันคนในโลกก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ไม่พ้นแม้กระทั่งคนที่ควรจะเป็นคนดีแบบตำรวจก็ตาม ขณะเดียวกันคนที่เรียกร้องความยุติธรรมก็ไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความดี แต่หนังก็ยังทำให้เห็นความโกรธเกรี้ยวของผู้หญิงที่พยายามจะเรียกร้องหาความยุติธรรม ภายใต้สังคมบูดเบี้ยวเลวทราม
รีวิว-Three-Billboards-Outside-Ebbing,-Missouri
 
แต่ถึงหนังจะมองด้วยสายตาของตัวละครแบบร้ายแต่สิ่งดีงามคือหนังก็มอบพลังแห่งความหวัง เชื่อมั่นว่า มนุษย์ทุกคนก็สามารถมีส่วนๆ ที่ดีได้ในจิตใจ นี่เป็นสิ่งที่หนังมอบบทเรียนนี้ให้กับดิ๊กซอน ที่เขาฉุกคิดถึงสิ่งที่เขาควรจะเป็นจริงๆ เช่นเดียวกับ มิลเดรจ ว่าท้ายที่สุดความโกรธแค้นมันจะนำพาเขาไปสู่จุดไหน
 
สุดท้ายมันเป็นโลกที่คนทุกคนต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน ต่อสู้กับเรื่องที่ไม่ธรรมในแง่มุมต่างๆ โดยที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าโลกกำลังได้เปลี่ยนแปลงเราให้กลายเป็นหน่อเนื้อเชื้อร้ายเหล่านี้เสียซะเองหรือไม่ในวันใดหนึ่ง นี่เป็นหนังที่เสียดสีให้เห็นว่า โลกไม่ได้เป็นแบบที่ใครวาดหวังว่ามันจะเป็นโลกที่ดี แถมมันกลับมาแผดเผาตัวเราซะเองให้มอดไหม้จมปลักกับวันคืนอันโหดร้ายด้วยเพราะทั้งตัวเราเองที่มีข้อบกพร่องและสังคมระยำด้วยที่ทำให้เราเป็นแบบนี้
ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ