กราบรถกู

เราเรียนรู้อะไรจากกรณี ‘กราบรถกู’

จากกรณีกระแสออนไลน์เรื่องคนขับมินิออกมาทำร้ายร่างกายมอเตอร์ไซค์ขับเฉี่ยวชนและบังคับให้ด้วยคำว่า กราบรถกู เราเรียนรู้อะไรบ้างได้บ้าง #กราบรถกู

1.  คนชอบใช้กำลังตัดสิน โดยเฉพาะผู้ที่คิดว่าตัวเองถูก จะกล้าใช้ความรุนแรงอย่างมั่นใจ เพราะคิดว่าทุกคนจะเห็นชอบด้วย สังเกตจากกรณีนี้เจ้าของรถ พยายามบอกให้คนที่ตะโกนให้ไปแจ้งตำรวจเงียบแล้วมาดูรถตน แสดงว่าเจ้าของรถก็มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องน่าละอาย ไม่เช่นนั้นไม่กล้าเสียงดัง ลั่นถนน แม้จะลืมไปว่า สิ่งที่คนผิดทำนั้นอาจจะไม่ได้ร้ายแรงเกินกว่าสิ่งที่ตัวเองทำเลยก็ตาม จนกลายเป็นว่าคนที่ถูกกลับกลายเป็นคนผิดซะยิ่งกว่าคนผิดจริงๆ ซะอีก

2.  ความน่ากลัวของความรัก หรือบูชาสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือสิ่งของ ในกรณีนี้คือเจ้าของรักรถมาก มากจนทนไม่ได้ที่จะมีใครมาเฉี่ยวชน หรือมาทำให้เกิดร่องรอย เพราะเหมือนมาทำลายสิ่งที่ตนรักและบูชา จนไม่น่าแปลกใจที่สุดท้าย เมื่อทำร้ายร่างกายและข่มขู่จนสะใจแล้ว จะบอกให้คนชนมากราบรถกู เพราะเป็นเหมือนการลดอีกฝ่ายให้ต่ำลงและยอมจำนนกับสิ่งที่ตัวเองกระทำ จนเกิดเป็นวลี #กราบรถกู

3.  คนขับรถอาจลืมไปว่าในการใช้รถถนนมันเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา และก็ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เจ้าของรถทำเหมือนกับว่า คู่กรณีตั้งใจกลั่นแกล้งหรือมาหาเรื่อง จนต้องสั่งสอนด้วยความรุนแรง และยังพยายามบอกว่าคนชนจะขับรถหนี เพื่อพยายามยกระดับว่าสิ่งที่ตัวเองใช้กำลังถูกต้อง ทั้งที่ความจริง ถ้าจะขับรถหนี คนชนคงไปไหนถึงไหนแล้ว ยากที่ตามทัน
4.  ความเป็นดารา เราจะเห็นหลายครั้งหลายกรณี ที่นักแสดง ดารา หรือคนรวย ซึ่งโดยส่วนมากจะมีชื่อเสียงไม่ได้ระดับวงกว้าง มักจะชอบมีข่าวฉาวในกรณีนี้ อาจเพราะมีอีโก้กับสิ่งที่ตัวเองเป็น และยังไม่ดังพอจนเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และการแสดงออกในที่สาธารณะ จนหลายครั้งก็พยายามทำตัวกร่าง ซึ่งจากกรณีนี้วิธีการใช้คำพูดเสียงดัง การไปลากคอ หรือการสาวหมัดหลายหมัดโดยใช้อารมณ์นำหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราก็สามารถประเมินไปถึงวิธีการใช้ชีวิต เบื้องหลัง หรือวิธีการแสดงตัวต่างๆนานา ได้ดี
5.  มีการสืบสาวถึงคนใช้ความรุนแรงเพิ่งได้รับรางวัลคนไทยตัวอย่าง คนทำดีต้นแบบสังคมแห่งปี 2559 ก็ยิ่งทำให้เห็นรางวัลที่เพิ่งได้รับไม่ได้ช่วยให้การตอบสนองอารมณ์โกรธของตัวเองนั้นเบาลง หรือสำนึกถึงรางวัลที่ตัวเองได้รับ หรือถ้าพูดแบบเหมารวม คนดี คนทำดีออกสื่อ หรือการแจกรางวัลต่างๆ นานา ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนดีจริงๆ หลายครั้งคนๆนั้นอาจจะเป็นด้านตรงข้ามเลยก็ได้ เพราะมนุษย์เรามีหลายด้าน ด้านที่แสดงออกสู่สังคมที่ดูดี เป็นคนดีนั้นก็เป็นด้านหนึ่ง บางครั้งก็เป็นการแสดงว่าเป็นคนดี แต่เรื่องมุมมืดต่างๆ นานา ก็คงมีอีก เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าวเท่านั้น แต่พอเป็นข่าว ก็ทำให้เห็นว่าวิธีจัดการอารมณ์ของคนที่ได้รับเชิดชูว่าเป็นคนดีนั้นย่ำแย่กับคนปกติทั่วไปอย่างมาก ดังนั้นความเป็นคนดีก็สามารถเป็นบทละครบทหนึ่งได้ แม้จะมีคนดีจริงๆ เสมอต้นเสมอปลายก็ตาม
6.  ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรค่าต่อการกราบไหว้บูชา ไม่ว่าจะเป็นลูกเทพ สัตว์ออกลูกประหลาด ฯลฯ และตอนนี้ เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันใหม่ให้กราบไหว้แล้วนั่นคือ… รถยนต์ นั่นเอง #กราบรถกูสิ

 7. คนในโลกออนไลน์มักพยายามจะด่าหรือบางครั้งก็ใช้คำหยาบมากมาย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เห็นว่า การที่คนขับรถทำเกินกว่าเหตุ คนในออนไลน์ก็พยายามใช้คำพูดเกินกว่าเหตุซ้ำรอยเขาอีกที ซึ่งอันที่จริงคนถูกต้องที่พยายามทำเกินกว่าเหตุ จนเรื่องบานปลาย มันก็สะท้อนกลับมาสู่คนใช้สื่ออนไลน์เองด้วยว่า เรากำลังเป็นคนดีอยู่เหนือเหตุการณ์แล้วด่าเขา หรือพยายามจ้องทำลายเขาเกินไป จนมันกลายเป็นวิธีหนึ่งของ Cyberbullying หรือเปล่า ?
ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ