Taste of cherry (1997) เขียนโดย ธนพัฒน์ วงษ์วิสิทธิ์

หากตัดชื่อเสียเรียงนามของหนังเรื่องนี้ในแง่ของการเป็นเรื่องแรก(และเรื่องเดียว)ของหนังอิหร่านรวมถึงเคียรอสตามีเช่นกันที่ได้รับรางวัลปาร์มทองคำอันทรงเกียรติ์จากเทศกาลคานส์ คำถามคือเหตุใด Taste of cherry ถึงรับชื่อเสียงขนาดเป็นผลงานชิ้นเอกของวงการภาพยนตร์ได้จนพาหนังอุตสาหกรรมอิหร่านเปิดโลกสู่แดนศิวิไลซ์ จนกล่างขานทุกวันนี้

หนังว่าด้วยเรื่องของ บาดี หนุ่มใหญ่พยายามหาคนมาช่วยฝังเขาหลังฆ่าตัวตายใต้ต้นเชอร์รี่ เนื้อเรื่องทั้งหมดจึงเป็นเรื่องการเดินทางตามหาคนมีส่วนร่วมกับการทำฝังศพตน เคียรอสตามีได้ใช้การถ่ายทำติดตามการเดินทางของบาดี พาสำรวจชีวิตผู้คนในอิหร่านท่ามกลางสภาวะแห้งแล้งสีฝุ่นของเมือง ท่ามกลางความหลากหลายเชื้อสายและประวัติศาสตร์ คำถามในแง่ความเป็นศีลธรรม จักมีใครเล่าทำตามสิ่งที่ขอได้ เพราะคือบาปโดยแท้ แต่มันจริงหรือ ? เคียรอสตามีใข้การถ่าย Longtake ส่วนใหญ่ในรถ หรือ นอกรถท่ามกลางพื้นที่เป็นแข็งและแห้ง ชวนอึดอันและพาแปลกแยกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับการขนานนามและสำคัญอย่างไร

ถึงแม้หนังมีชื่อสียงและเป็นที่รักในหมู่คนรักหนัง นักวิจารณ์ชื่อดัง โรเจอร์ อีเบิร์ต แห่ง Chicago Sun-Timesกลับแสดงความโกรธาถึงหนังเรื่องนี้ว่า “น่าเบื่อใจจะขาด” จากการที่หนังไร้ความอภิรมณ์ในการรับชม (ไร้ดนตรีประกอบ , หนังเรื่อยๆ และ ปราศจากภูมิหลังตัวละครให้เข้าใจการกระทำ) โจนาธาน โรเซนบาม จาก Chicago Reader ได้กล่าวอีกมุมและนี่คือคำตอบถึงสิ่งที่เกริ่นไปในย่อหน้าแรก “ผมไม่คิดว่าจะมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องใส่ใจ….สิ่งสำคัญเกี่ยวกับความรื่นรมณ์ช่วงท้าย(ของหนัง) กลับทำตรงข้ามเป็น การสร้างระยะคนดู (Distancing effect) หนังได้อัญเชิญคนดูเข้าสู่การทดลองให้เด้งออกจากหนังและเปิดผัสสะกับร่วมทางที่ผู้กำกับสร้างให้ หนังพาเราตื่นตัวไปกับหนัง และปลดเราออกจากความหดหู่และความมืดหม่นของบาลี(ในช่วงท้าย)”

….ตอนจบของหนังบอกเราทั้งมวลว่า ‘มันเป็นแค่หนัง’ และ พวกเราก็จำห้วงทำนองทั้งหมดของเพลง St. James Infirmary (เพลง End Creditของเรื่อง) ไม่ได้ เพื่อที่จะรู้ว่าความตายรอตรงหัวมุมนี่เอง

สิ่งที่เคียรอสตามีบอกคือ หนังคือการ”หนี”คนดู สำหรับเคียรอสตามี หนังที่ดีคือ ไม่ใช่หนังที่อิน แต่เป็นการดูจบติดหัวไปหลายวัน Taste of cherry คือการตระหนักรู้และคิดได้ถึงความเป็นไปในสังคม ซึ่งไม่ใช่เพียงอิหร่าน แต่เป็นเรื่องสากลของการตระหนักรู้เพียงแค่ได้ดูหนังดั่งกินเชอร์รี่ เราจึงคิดได้ว่าสิ่งที่เราทำในชีวิตตอนนี้มันมีค่าพอรึยัง ? และนั้นคือสมค่าการพูดถึงหนังอย่างยิ่งจริงไหมครับ

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ