Ten (2002) เขียนโดย ธนพัฒน์ วงษ์วิสิทธิ์

ในช่วง 2000 เป็นต้นมา เคียรอสตามี เริ่มมีการใช้เทคนิกการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนไป หรือที่เขาเรียกว่า “ทดลอง” ขึ้นเพื่อเทียบสิ่งที่ต่างๆที่เข้ามา กล้องดิจิตอลถือเป็นของเล่นใหม่เข้ามาแทนที่กล้องฟิล์มจากการเปลี่ยนผ่านของยุค ถึงแม้เป็นหนังยาวเรื่องแรกของเคียรอสตามีที่มีการใช้เทคนิกนี้ กล้องที่มีขนาดเล็กลงจนใครสามารถถ่ายได้จนเคียรอสตามีสนใจคือ ถ้าเล็กลงได้ เข้าถึงผู้คนได้ จักเป็นอย่างไร

 หนังแสนจะตรงตามคอนเซ็ปท์เรื่องคือ สิบ และ สิบที่ว่าคือ 10 ฉากพาติดตามตัวละครคนขับแท็คซี่หญิง 10 เหตุการณ์ที่เธอขับรถรับ-ส่งผู้โดยสาย ไม่ว่าเป็นลูกชายของเธอที่รักพ่อมากกว่าหลังเธอเลือกหย่าและแต่งงานใหม่ , พี่เธอกับความสัมพันธ์ครบรอบ 7 ปี , หญิงชราผู้เดินทางไถ่บาปให้คนในอิหร่าน , หญิงพึ่งศาสนาแก้ไขเรื่องความรัก เป็นต้น จากที่สัมผัสมาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ใหม่กว่าเรื่องกล้องคือ การสำรวจประเด็นหญิงในอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่เคียรอสตามีไม่เคยเล่ามาก่อน แต่มันจะไม่น่าสนใจหากสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังคือการ “ด้นสด” ของนักแสดงเพียวๆ!!

 สิ่งที่เคียรอสตามีเลือกทดลองคือ การจัดใส่กล้องเข้าไปในรถ 2 ตัว ตัวหนึ่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร อีกตัวฝั่งคนขับ โดยเคียรอสตามีมีโจทย์ให้นักแสดงนั่งคุยกันในรถ โดยให้กล้องจับตัวละครไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงที่หมาย หนังทั้งเรื่องจึงอยู่แต่เพียงในรถของคนขับหญิงนิรนามรายนี้ ปราศจากการเคลื่อนกล้อง ปราศจากผู้กำกับ มีแต่ตัวละครล้วนๆอยู่ในรถ เคียรอสตามีให้เหตุผลคือ ตัวเขาเองไม่เคยสำรวจเรื่องนี้มาก่อน และ การเขียนบทคือการท่องคำต่อคำเท่านั้น เพื่อเป็นการซื่อตรงต่อตัวละครที่สุดคือ ปล่อยให้ตัวละครพูดไปและทุกอย่างจะมาเอง ถูกของเขา สิ่งที่ตัวละครต่างพลั่งพรูออกมาคือ ความทุกข์ของหญิงปัจจุบันในอิหร่าน และ หลากประเภท โดยเฉพาะ ฉากลูกชายทะเลาะกับแม่เรื่องคุยเรื่องผู้หญิงในฝันที่ไม่เหมือนแม่ เช่น การให้ผู้หญิงเคารพสามี ดำรงหน้าที่ในบ้านที่ดี เป็นต้น จนแม่ต้องพูดประชดจนเกิดทะเลาะกัน

 ข้อสังเกตุส่วนหนึ่งผลกระทบของการเป็นหญิงในเรื่องที่ชัดเจนสุดออกมาจากปากของคุณแม่คนขับว่า “ผู้หญิงควรมีความสุขเป็นของตัวเอง” และเป็นเช่นนั้น ด้วยความเป็นธรรมชาติและปล่อยนักแสดงโลดแล่นในบทบาทของเธอ ภายในรถ ซึ่งอาจดูตลกเมื่อเทียบหนังที่ผ่านมาของเคียรอสตามีจะมี Long Shot ธรรมชาติโอบอุ้ม กลายเป็นวัตถุที่เรียกว่ารถยนต์โอบเรื่องไว้แทน สิ่งที่เคียรอสตามีทำคือ การพาคนดูสำรวจโลกผู้หญิงในความประดิษฐ์ของโลกผู้ชาย ในขณะเดียวกันท่ามกลางธรรมชาติในหนัง การใช้เทคนิกนับ 10 ฉากถอยหลังกลับกวนใจคนดู สิ่งที่เคียรอสตามีทำคือ การให้คนดูตระหนักถึงสิ่งที่ถูกประดิษฐ์จนเราลืมไปว่าเราถูกประดิษฐ์คืออะไร ด้วยเหตุนี้หนังทดลองของเคียรอสตามีจึงถูกจนจำได้อยู่ในอันดับ “Cahier’s du Cinema Films Of The Decade: 2000-2009” สำนักนิตยสารหนังเก่าแก่และดังที่จากมือเหล่า France New Wave เป็นแน่

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ