วิจารณ์ภาพยนตร์ It Follows

  1. วัยรุ่น

It Follows เป็นภาพยนตร์สยองขวัญวัยรุ่นท่ามกลางยุค ’80 ในชานเมืองชนบทอเมริกัน ภาพยนตร์โหยหาอดีตกลับไปสู่ความเป็นชานเมือง บ้านใกล้เรือนเคียง มิตรสหายคนข้างบ้านที่เติบโตมาด้วยกัน วิ่งเล่นด้วยกัน รักแรก จูบแรก ซึ่งมักจะเป็นเพื่อนอยู่ในละแวกใกล้เคียง เหมือนเรื่องราวของเจย์ และกลุ่มเพื่อนบ้านของเธอ ทุกเศษเสี้ยวของภาพยนตร์เป็นเรื่องของวัยรุ่น เป็นความรู้สึกและภาวะของวัยรุ่นท่ามกลางความเติบโตก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ภาพยนตร์ไม่ได้เน้นเรื่องราวใหญ่โตมิหนำซ้ำยังกลับเข้าสู่แก่นแท้ของความเป็นวัยรุ่นที่แทบทุกคนต้องเคยประสพ/รู้สึก/ใคร่สงสัย นั่นคือเรื่องราวของ “เซ็กซ์” นั่นเอง

it-follows-1

  1. สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “เซ็กซ์”

“หากนักวิทยาศาสตร์หมายมั่นปั้นมือต้องการไขความลับของจักรวาลที่พวกเขาฉงนฉันใด… วัยรุ่นครั้งหนึ่งก็มักจะอยู่ตกอยู่ในความรู้สึก ที่ไม่อาจเข้าใจเรื่องเพศได้เลยฉันนั้น” ร่องรอยปริศนาที่ผู้ใหญ่มักทิ้งไว้ให้รายทางเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ที่รอนับวันให้เราเติบโตเพื่อเรียนรู้ขึ้นมาเอง ลองผิดลองถูก สืบเสาะค้นหา กว่าจะเรียนรู้และเข้าใจ ก็เมื่อได้ทดลองกับตัวเองแล้วเท่านั้น “เซ็กซ์” จึงเปรียบเป็นดินแดนลี้ลับที่ให้วัยรุ่นต่างไขความลับด้วยตัวของพวกเขาเอง

it-follows-2014-009-jay-with-greg-in-car_1000x750

  1. It Follows

นอกจากความรู้สึกหวาดสะพรึง หวั่นไหว ภายในจิตใจปกติของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาแล้ว เรามีความเชื่อในใจอยู่ลึกว่าคนทุกคนต้องตาย (ไม่ใช่สินั่นคือสัจธรรม) เราเชื่อว่าความตายจะต้องมาเยือนกล้ำกรายเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นที่โล่งกว้างภายนอกบ้านของเรายามอยู่คนเดียว ไม่คุ้นชิน เรามักหวาดวิตกกับความรู้สึกที่ความตายจะมาเยือนเราโดยที่เราไม่สามารถมองเห็นมันได้ มันคือความกังวล หวาดวิตกต่อความตาย และโดยเฉพาะเราเชื่อเสมอว่าทุกคนต่างมีเสรีภาพในการกระทำสิ่งใดก็ได้ตามที่เราทำปรารถนา เช่นกันสิ่งนั้นก็เป็นกระจกสะท้อนตัวเราในตัวผู้อื่นซึ่งไม่สามารถรู้เลยว่า เขาผู้นั้น(คนอื่น) กำลังใช้ความสามารถในความเสรีภาพมาทำร้ายเราหรือเปล่า การที่เราเชื่อว่าเรามีเสรีภาพในการกระทำ เราก็เชื่อว่าผู้อื่นนั้นมีเสรีภาพเช่นกัน เราจึงหวาดกลัวผู้อื่นที่แปลกหน้าจากเราอยู่เสมอ เพราะเราไม่สามารถคำนวณได้เลยว่า เขากำลังคิดจะทำร้ายเรา ฆ่าเรา ปล้นชิงทรัพย์ ข่มขืนเราหรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่หวาดวิตกอยู่ในลึกๆ ที่เราไม่สามารถขจัดได้เลย หรือมันอาจเป็นโทษทัณฑ์ที่เราได้รับในฐานะการเป็นมนุษย์อยู่ก็เป็นได้

it-follows-screenshot-5

  1. การผสมระหว่างความกลัวในจิตใจกับเรื่องอย่างว่าของวัยรุ่น

สองสิ่งนี้ถูกสมาสรวมกันอยู่ในภาพยนตร์ It Follows จนมันช่างหลอนลึก ลั่นร้องอยู่ภายใน การเติบโตของวัยรุ่นที่มีเซ็กซ์เป็นก้าวบันไดสำคัญในการเติบโต ผสมกับความไม่แน่นอนมั่นคงของการเป็นมนุษย์ จนเป็นเรื่องเล่า/การละเล่น เป็นมุขเชิงขบขัน หรือเรื่องสั่งสอนศีลธรรม “ถ้าเรามีอะไรกับคนแปลกหน้า มีสิทธิ์ที่ ‘มัน’ จะตามมา วิธีเดียวที่เราจะรอดได้ก็คือการส่งต่อ ‘มัน’ ไปให้ผู้อื่นด้วยการมีเซ็กซ์กับคนผู้นั้น” พล็อตนี้นอกจากวางอยู่บนไอเดียเล็กๆ เชิงเกมส์ละเล่นไม่ต่างจากตอนช่วงต้นที่ เจย์ หาเกมส์สนุกเล่นในระหว่างรอคิวซื้อตั๋วหนังอันยาวนาน ดังนั้นไอเดีย It Follows จึงเป็นเหมือนเกมส์หรือเรื่องเล่าตลกๆ ในวงเหล้า แต่มันกลับถูกใช้อย่างจริงจัง จากเรื่องที่ดูไร้สาระ ที่เกินเหตุผล แต่มันถูกขันเน้นแบบซีเรียส ซึ่งนี้ก็เป็นไอเดียที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ที่มีเด็กวัยรุ่นลองผิดลองถูกไม่รู้ว่าอันไหนควรจะเล่น ไม่รู้ว่าอันควรจะจริงจังได้อย่างพอดี

It-Follows-4

  1. รอยปริแตกทางศีลธรรม

บ้านถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการบ่งบอกความสมบูรณ์ของครอบครัว ภาพยนตร์อเมริกันยุคก่อนหน้ามักนำเสนอภาพของอเมริกันดรีมของชนชั้นกลางอยู่เสมอจนถึงปัจจุบัน “อเมริกันดรีม” ส่วนหนึ่งมักประกอบด้วยบ้าน(ชานเมือง) ครอบครัว ที่มีพ่อแม่ลูก และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความหวัง ความฝัน ซึ่งการสร้างค่านิยมอเมริกันดรีมขึ้นมานั้น ในแง่หนึ่งช่วยให้ประชาชนมีความหวังและให้ความอุ่นใจเหมือนเป็นพิมพ์เขียวบ่งบอกชีวิตที่จะมีความสุขนั้นจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ประชาชนแค่ดำเนินรอยตามเส้นทางแห่งความสุขเหล่านี้ แต่อีกแง่หนึ่งภาพยนตร์เหล่าเรื่องก็มักจะทำให้เห็นว่า อเมริกันดรีม ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นกรอบศีลธรรมที่รัดตรึงคนส่วนมากในสังคมให้คล้อยตาม แต่มันก็ได้ส่งผลให้คนอีกส่วนหนึ่งที่น้อยกว่าถูกถีบออกมาจากระบบนี้ จนอาจถูกว่าเป็นคนนอกได้ หรือกระทั่งครอบครัวสุขสันต์ที่ถูกวาดไว้กลายเป็นศีลธรรมแบบหนึ่งที่คนทุกคนอยากไขว่คว้า แต่ไม่ได้มีทางเลือกสำรองไว้ให้กับครอบครัวที่ไม่ได้เป็นไปแบบนั้น ยกตัวอย่างเช่น หากครอบครัวที่พ่อตาย แม่เสียชีวิต หรือการงานอาชีพพังพินาศ เป็นผลให้คำว่าอเมริกันดรีมของบางคนพังทลาย และส่งต่อไปถึงลูกที่สืบทอดกับพวกเขา จะมีความคิดและพฤติกรรมที่ออกนอกลู่ทางจากกรอบอันดีงามที่วาดไว้ของสังคม

It-Follows-2

ภาพยนตร์ It Follows นำเสนอความกระกระปลกกระเปลี้ยของครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อย แม้เราจะไม่รู้ว่าครอบครัวของเจย์ พ่อหายไปไหน แต่เราเห็นรูปถ่ายในบ้านของเจย์ที่ครั้งหนึ่งครอบครัวนี้เคยสมบูรณ์และน่าจะมีความสุข แต่การขาดหายของใครสักคนไปก็ทำให้ความเป็นครอบครัวขาดวิ่น พี่ของเจย์แอบแม่สูบบุหรี่ เจย์แอบไปเที่ยวกับผู้ชายและเคยมีอะไรกับเขาแล้วก่อนหน้าที่จะเจอกับคนที่ส่งต่อ It มาให้เธอด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เห็นวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตที่เบี่ยงเบนไปจากค่านิยมหลักของ “อเมริกันดรีม” โดยยุค ’80 แบบครอบครัวสุขสันต์แบบที่เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นก็แทบจะเป็นวาระสุดท้ายของการเป็นสัญลักษณ์ของภาพอเมริกันดรีมในยุคคลาสสิก เพราะภาพของอเมริกันดรีมในยุคสมัยปัจจุบันก็เปลี่ยนไป หรือกระทั่งไม่ถูกเน้นย้ำว่าเป็นค่านิยมสำคัญอยู่ในภาพยนตร์เมื่อผ่านศตวรรษที่ 21 ไปแล้ว It Follows จึงเป็นเหมือนวาระสุดท้ายของภาพอเมริกันดรีมแบบเก่าที่ผุกร่อนพังทลายและก็จะจางหายไปจากความทรงจำ

960

ภาพยนตร์ The Virgin Suicides (1999) โดยโซเฟีย คอปโปล่า เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นอีกเรื่องที่สามารถยกมาเปรียบเทียบกับ It Follows ได้อย่างดี เหตุผลเพราะเรื่องราวของ It Follows และ The Virgin Suicides เกิดขึ้นในรัฐมิชิแกนเหมือนกัน แม้จะอยู่กันคนละที่ใกล้ๆกันก็ตาม แต่ก็ทำให้เห็นภาพคล้ายคลึงกันของสถานที่ แม้เวลาอาจจะไม่สวมต่อกัน เพราะ The Virgin Suicides ย้อนไปในยุคที่อเมริกันดรีมที่ยังเข้มแข็งแข็งแรง แม้จะมีรอยปริร้าวบ้างแต่ก็เป็นลูกคลื่นใต้น้ำที่ยังไม่ส่งผลรุนแรงนัก The Virgin Suicides พยายามวิพากษ์ความเข้มแข็งแข็งแรงของสถาบันครอบครัวที่ทำให้วัยรุ่นพี่น้องกลุ่มหนึ่งที่ตกระกำอยู่ในศีลธรรมอันดีงามแต่กลับเป็นพันธนการพวกเธอเสียเอง หรือกรอบศีลธรรมที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นก็ยังผลให้ทำร้ายภายในผุกร่อนของตัวเองจนพวกเธอไม่สามารถหลุดรอดออกไปได้นอกจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการวิพากษ์สถาบันครอบครัวแบบรุนแรงและก้าวร้าวของวัยรุ่นหญิงในหนังเรื่องนี้

the-virgin-suicides

ภาพยนตร์เรื่อง The Virgin Suicides

แตกต่างจาก It Follows ซึ่งกรอบศีลธรรมแบบเดิมนั่นคือ ความสมบูรณ์ของครอบครัวอเมริกันดรีมนั้นได้โงนเงนและพร้อมจะพังทลาอยู่รอมร่อแล้ว โดยวัยรุ่นหญิง “เจย์” มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการเลือกใช่ชีวิตแตกต่างจาก วัยรุ่น Virgin Suicides อย่างสิ้นเชิง เจย์ สามารถที่จะเลือกทางเดิน หรือทดลองการใช้ชีวิตในแบบที่เธอต้องการในฐานะวัยรุ่นได้ แต่อย่างไรก็ตามกรอบศีลธรรมเหล่านั้นยังคงไม่ได้จากไป เพราะมันถูกแปรร่างจำแลงกายมาอยู่ในรูปของ It เพื่อเป็นแบบทดสอบในการใช้ชีวิตของเจย์เอง It จึงถูกใช้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนใจในกรอบศีลธรรมแบบหนึ่งที่ทดสอบเจย์อยู่ว่าเธอจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร (เชื่อว่าหลายคนมองว่า It เป็นสัญลักษณ์เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่าซึ่งเป็นเพียงส่วนเดียวในกรอบศีลธรรมที่ผู้เขียนรวมไว้ในข้อเขียนชิ้นนี้)

it-follows-03

6. ความผิดบาปทางเพศ

นอกจากแบบทดสอบเชิงศีลธรรมในใจของเจย์ที่ต้องแบกรับภาระการตัดสินใจแล้วว่าเธอจะทำอย่างไรระหว่างการติดอยู่ในความหวาดกลัวของ ’มัน ’แต่เพียงผู้เดียว หรือจะส่งต่อให้ผู้อื่นเพื่อทำให้ตัวเองเบาใจ เอาตัวรอดจากความหวาดกลัวได้อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในที่สุดเธอก็เลือกที่จะมีเซ็กซ์เพื่อจะส่งต่อ ซึ่งการใช้เซ็กซ์ในการส่งต่อนั้น ถูกทำให้เห็นว่า เซ็กซ์ ผิดเพี้ยนหน้าที่ไปจากตอนแรก เพราะการมีเซ็กซ์ของเจย์ในตอนแรกนั้นเป็นความสนุกสุขสมที่มอบให้กับผู้ชายที่ตัวเองชอบ โดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นเหตุผลกลใดๆ ก็ตาม แต่เมื่อมันกลายเป็นสิ่งที่ตามมาจากการกระทำที่เธอก่อ ทำให้เธอต้องติดอยู่ในความรู้สึกหวาดระแวงของมันตลอดเวลา และการส่งต่อมันด้วยเซ็กซ์ของเธอนั้น เซ็กซ์จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการส่งต่อเท่านั้น จะสังเกตได้ว่าหน้าที่ของเซ็กซ์ที่สร้างความสุขสมในช่วงแรกของเจย์นั้นกลับกลายเป็นเซ็กซ์ที่เต็มไปด้วยหน้าที่ และความรู้สึกผิดในการมีเซ็กซ์ เป็นเซ็กซ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกกังวล-ไร้สุข ซึ่งเป็นเหมือนความรู้สึกผิดในการมีเซ็กซ์ซึ่งไกลห่างจากความสุขในการอยากรู้อยากลองอยากสนุกอย่างสิ้นเชิง

1420461195_ouvertureitfollows

  1. เมืองดีทรอยส์ สัญลักษณ์แห่งการล่มสลายและพังทลายของอเมริกันดรีม

ความเซอร์รีลของซากปรักหักพังในเมืองดีทรอยส์ถูกเอาใช้กับภาพยนตร์ที่มีประเด็นเนื้อหาของครอบครัวที่พังทลายในช่วงเวลาคาบเกี่ยวอย่างน่าสนใจ นั่นคือ Lost River ซึ่งพูดถึงสองครอบครัวที่ไม่ยอมย้ายออกจากเมืองดีทรอยส์ไปเพราะติดอยู่ในความหลังครั้งเรืองรองกับพื้นที่แห่งนี้ ส่วน It Follows นั้นแสดงภาพเมืองดีทรอยส์ในลักษณะเมืองร้าง ซึ่งเชื่อมโยงได้กับภาพของสัญลักษณ์ของอเมริกันดรีมที่พังทลาย เป็นทั้งสัญลักษณ์ของบ้านเรือนแบบอเมริกันดรีม ซึ่งยังคงภาพนั้นแบบปัจจุบันซึ่งไม่ได้มีการทุบทิ้งสร้างเมืองใหม่ขึ้นจนเหมือนกับว่าเป็นเศษเสี้ยวความทรงจำครั้งอดีตที่มันควรจะสวยงาม แต่มันกบลับบูดเบี้ยวเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความฝันร้ายที่ขจัดออกไปไม่ได้ คล้ายคลึงของเรื่องราวของ เจย์ ที่ถูกมันติดตาม เธอไม่สามารถขจัดหลุดหนีออกไปจากมันได้ อยากจะใช้การส่งต่อก็กลับเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกถึงความผิดบาปที่เธอเรียนรู้จากกาประสบการณ์จากตนเอง เป็นดั่งกรอบศีลธรรมที่ตามหลอกหลอนเธออยู่ มันคอยตามเธออยู่ทุกที่ หากเธอไม่ระวังตัวและพร้อมจะทำร้ายเธอในทุกคราว

บ้านเรือนจากสถานที่จริงที่ถูกทิ้งร้างในเมืองดีทรอยต์

สภาพบ้านจากเมืองดีทรอยต์ที่ถูกทิ้งร้าง

  1. การต่อสู้ของเจย์ ไม่มี ‘มัน’ มีแต่ ‘เรา’

แม้ภาพยนตร์จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเป็นแบบทดสอบตัวละครวัยรุ่นในเรื่องโดยเฉพาะเจย์ ซึ่งเป็นก้าวหนึ่งของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ซึ่งใช้ ‘มัน’ เป็นเหมือนความผิดชอบชั่วดีในจิตใจที่เธอต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อย่างไรก็ตามแม้แบบทดสอบที่ภาพยนตร์โยนใส่ให้เจย์จนต้องตัดสินใจต่างๆ เพื่อเติบโตนั้นจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสและยากหรือกระทั่งไม่มีสิทธิ์จะหลุดรอดไปได้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะถือเป็นความงดงามในภาพยนตร์แนววัยรุ่นอย่างแท้จริง ในเมือง/สังคมล่มสลาย คล้ายคลึงกับ Lost River นั้นก็คือ พวกเขาต้องเลือก ต่อสู้ และวางรากฐานทางกฎเกณฑ์ของชีวิตตัวเอง โดยไม่มีผู้ใหญ่ชี้นำ เจย์ เลือกส่งต่อให้คนที่เธอรัก พอล และเขาก็เลือกที่จะอยู่สู้กับมันไปจนหยดสุดท้ายของชีวิต รวมถึง โบนส์ ใน Lost River เขาก็เลือกในการตัดสินใจแทนครอบครัว (ครอบครัวที่ขาดพ่อ) คล้ายคลึงกับเจย์ ซึ่งอาจเป็นครอบครัวที่สูญเสียพ่อไปเหมือนกัน ซึ่งเป็นผลให้เธออาจจะหลุดจากสังคมสมบูรณ์สมบูรณ์แบบที่กล่าวไป แต่ถึงอย่างไรจุดจบของสัญลักษณ์ของความฝันหวานที่ภาพของเมืองดีทรอยส์หรือบ้านชานเมืองแบบในยุคก่อนศตวรรษ 21 ได้จางหายไปจากความเป็นจริง หรืออาจกล่าวได้ยุค ’80 เหมือนภาพยนตร์ It Follows เรื่องนี้ เป็นภาพสุดท้ายของสังคมอุดมคติที่ค่อยเลือนลางจางหายไป การตรอมตรมกับความทุกข์ การต้องต่อสู้กับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การลองผิดลองถูกเรื่องความรัก ในสังคมที่ไม่ได้มีกรอบรัดต่างจากการชี้นำเส้นทางชีวิตเหมือน  Virgin Suicides การต้องหลบหนีเอาตัวรอดจากมันด้วยความหวาดระแวงตลอดไป รวมถึงการใช้ภาพที่นำเสนอถึงความหลอกหลอนได้อย่างมีชั้นเชิง ดนตรีที่ทำให้นึกถึงความสยองขวัญผสมกับความสดใหม่แห่งยุคปัจจุบัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ภาพยนตร์ It Follows เป็นภาพยนตร์คลาสสิกเหมือนยุค ’80 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อสะท้อนมองเห็นหรือถึงขั้นวิพากษ์ด้วยสายตาแบบคนยุคร่วมสมัยอย่างน่าสนใจที่สุด

6200HZB

 

และการโยนแบบทดสอบทางศีลธรรมที่ต้องให้วัยรุ่นต่อสู้กับ “มัน” โดยไม่มีผู้ใหญ่ช่วยเหลือ สั่งสอน หรือรับรู้ถึงเหตุการณ์เหล่านี้เลยสักคน อาจถือเป็นบันไดแห่งการเรียนรู้ของตัวพวกเขามันในภาวการณ์ล่มสลายลงของครอบครัวแห่งอุดมคติที่ถูกชี้นำ สั่งสอน และวาดผังชีวิตให้เดินตาม ดังนั้นในภาวะที่สังคมสึกกร่อนพังทลาย ความหวั่นวิตก เพิ่มพูน ขจรขจายไปไกล แต่นั่นก็เป็นสิ่งสวยงามที่จะได้เห็นความบริสุทธิ์ของวัยรุ่นที่ได้เดินหน้าต่อสู้กับ “มัน” ซึ่งอาจเป็นภาพแทนของอะไรก็ได้ ในระบบศีลธรรม การต่อสู้ของพวกเขาโดยเฉพาะเจย์ นั้นเป็นภาพแทนของความหวั่นวิตกหวาดระแวงในความมั่นคงของชีวิต แต่ความไม่มั่นคงของชีวิตนั้นเราได้เห็นเสรีภาพของมนุษย์ในการเลือกตัดสินใจและต่อสู้ โดยไม่มีกรอบใดมาเป็นทางเลือกสำรองให้เธอต้องเชื่อมั่นอีกต่อไป เพราะความเชื่อมั่นทั้งหลายที่ปรากฏมาก็รอแต่วันสิ้นสลาย พังทลาย หลงเหลือไว้แต่รูปภาพวันเก่าที่ซีดจาง แต่ยังคงสดใสอยู่ในความทรงจำ

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ