The Wind Will Carry Us (1999)

The Wind Will Carry Us (1999) เขียนโดย A-Bellamy

ระยะภาพไกลมาก ถนนคดเคี้ยว รถยนต์เก่าโทรมคันหนึ่งห้อตะบึงอย่างฉวัดเฉวียนเพื่อตามหาหมู่บ้านอันไกลโพ้น ผู้โดยสารทั้งสามเป็นนักข่าวปลอมตัวเข้าไปหวังเก็บภาพบรรยากาศของพิธีศพอันยิ่งใหญ่ของหญิงชราป่วยใกล้ตายนางหนึ่ง เพียงแต่หญิงชราคนนั้นยังไม่ยอมให้ความตายพรากจากชีวิตของเธอไป ผู้ชมปะติดปะต่อเรื่องราวจากบทสนทนาของ บาร์ซาด และเพื่อนของเขาทั้งสอง ครั้นพอถึงหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสามรอแล้วรอเล่า ความตายของหญิงชรานางนั้นก็ไม่อาจเข้ามากล้ำกรายเสียที จากปากคำของคนในหมู่บ้าน นางพยายามยื้ดยุดฉุดกระชากความตายเอาไว้ กล้องพยายามหลอกล่อเล่นกับคนดู จับภาพแต่ใบหน้าและรีแอคชั่นของบาร์ซาดบ่อยครั้ง แต่คนอื่นกลับอยู่ในเงามืดบ้าง มองไม่เห็นตัวบ้าง บ้างอยู่ที่ต่ำกว่าบาร์ซาด จนสร้างความเคลือบแคลงชวนระคนสงสัยให้กับคนดู พล็อตเรื่องชวนให้รอคอยความตาย แต่อับบาส เคียรอสตามี เล่นกับการคาดหวังของคนดู ไม่ยอมพาไปให้ถึงจุดนั้น ชวนคนดูเฉไฉออกนอกทิศทาง ดั่งรถยนต์ของบาร์ซาดที่ขับรถเคลื่อนเวียนวน ชวนสับสนในเส้นทางอันคดคี้ยวตลอดเรื่อง การรอคอยของนักข่าวทั้งสามเพื่อเก็บภาพพิธีกรรมศพโบราณ การรอที่มาไม่ถึง เคียรอสตามี ถือไพ่เหนือคนดู แล้วพาคนดู ไปพบกับวิถีชีวิตชาวบ้าน การดื่มชา การทักทาย ป่าไม้พืชพันธุ์ แดดสีส้มแสดจ้า ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เต่าคลาน บทสนทนาปกิณกะ เหล่านี้ยิ่งทำให้การรอคอยยิ่งเหนื่อยยากหน่ายแสน-เสียเหลือเกิน
The-wind-will-carry-us-2-Copyright-DR-MK2

ความเจนจัดของ เคียรอสตามี จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบเส้นตรงชัดเจน แต่กลับผลักให้ภาพยนตร์เรื่องเล่า ดูโฉบเฉี่ยวไปกับรายละเอียดข้างทาง จนผลักการเล่าเรื่องไปสู่วิถีแห่งสารคดี รายละเอียดบางอย่างจึงดูธรรมชาติ เหมือนเป็นโมเม้นต์ที่เกิดขึ้นจริงๆในวินาทีถ่ายทำนั้นๆ เหมือนอัสบาสผลักคนดูให้เป็นนายช่าง (คำที่ชาวบ้านเรียกคนแปลกหน้าบาร์ซาด) ที่เข้ามารอคอยความตายของหญิงชราเพื่อหวังเก็บภาพบรรยากาศพิธีสุดยิ่งใหญ่ อับบาสก็ทำให้ผู้ชมเองรอคอยความตาย รอคอยจุดไคลแม็กซ์ เพื่อสร้างความสั่นสะเทือนหรือดรามาติกในแบบภาพนตร์ขนบฮอลลีวูด แต่ยิ่งเวลาล่วงเลยไปเท่าไหร่ จุดไคลแม็กซ์นั้นก็พร่าเลือน มีแต่รายละเอียดปลีกย่อยไม่สำคัญกับพล็อตเรื่องเต็มไปหมด

วิถีภาพยนตร์แบบนี้จึงทำให้ผู้ชมที่เดินตามไม่ทัน อาจผิดหวังอย่างจัง แต่สำหรับคนดูที่เห็นความงดงามรายละเอียดระหว่างทาง วิถีชาวบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ความใส่ซื่อบริสุทธิ์ของเขตป่าไร่นาเขียวชอุ่มสลับหญ้าฟางสีแสด กลับได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ และที่สำคัญการที่นักข่าวบาร์ซาด ผู้มองความตายของใครสักคนเป็นเพียงแค่อีเวนต์หนึ่งเท่านั้น ก็เป็นการดูหมิ่น การมีชีวิตของมนุษย์สักคนยิ่ง เพราะภาพยนตร์เองพยายามตระหนักให้เห็นว่า “ความตาย” เป็นจุดจบสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่ ดังนั้นความตายจึงน่ากลัวเอาเสียมาก เพราะไม่มีใครสัมผัสได้ว่าชีวิตหลังความตายจะมีหรือสวยงามเพียงใด การมีชีวิตอยู่จึงมีค่าเสียยิ่งกว่า ต่อให้มีสุข ทุกข์ เรียบง่าย ธรรมดา กันไป

the-wind-will-carry-us-03

ฉากงดงามที่สุดของภาพยนตร์คือฉากเล็กๆ แต่ทรงพลัง บาร์ซาด นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หมอชาวบ้านคนหนึ่งขับล่อนไปทั่วถนนอันขรุขระ พูดคุยถึงชีวิต พูดคุยถึงความตาย เป็นฉากที่เปลือยให้เห็นถึงจิตวิญญาณและคุณค่าของชีวิต

อย่างไรก็ตามการได้ทราบข่าวผู้กำกับ อับบาส เคียรอสตามี ได้จากไปในโมงยามนี้ ก็ช่างเป็นความสูญเสียต่อวงการภาพยนตร์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมนุษย์คนหนึ่งที่ใช้ภาพยนตร์ส่องแสงให้เห็นความงดงามของชีวิตแบบเรียบง่าย และตระหนักให้เห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์ คำพูดของหมอที่บอกกับบาร์ซาดในระหว่างฉากนั้นว่า “ความตายช่างน่ากลัว” จึงไม่ใช่เพียงแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นแก่นสากลสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ แน่นอนหนังเรื่องนี้อาจยังช่วยสะท้อนไปยังความรู้สึกของ อับบาส เคียรอสตามี ที่มีต่อความตายด้วยก็ได้

RTRDTPU

อับบาส เคียรอสตามี กับภาพในหนัง The Wind Will Carry Us

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ