วิจารณ์-Ready-player-one

วิจารณ์ Ready Player One

หลบลี้หนีความจริง

*เปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์*

จากตอนที่เขียนอยู่ตรงนี้เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ถูกวุฒิสมาชิกสหรัฐฯสอบสวนกรณีที่ทำให้ข้อมูลผู้ใช้ 87 ล้านบัญชีรั่วไหล จนถูกนำเป็นเครื่องมือวางแผนการหาเสียงเลือกตั้งผู้นำสหรัฐเมื่อปี 2559 จะเห็นได้ว่าจากชายคนหนึ่งที่พยายามสร้างเครือข่ายในม.ฮาร์วาร์ด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานต่างๆเข้าด้วยกัน เช่น เบอร์โทร ชั้นปีที่ศึกษา ฯลฯ ก่อนที่มันจะกระจายไปมหาลัยอื่น จนคลื่นลูกนี้แพร่สะพัดและทำให้เฟซบุ๊กกลายเป็นเครือข่ายสังคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผลที่ตามมาคือเมื่อข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลถูกนำไปหาประโยชน์ และเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว ทางเฟซบุ๊กก็ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม นี่ทำให้เห็นจากจุดเล็กๆของเด็กเนิร์ดอัฉริยะคนหนึ่งที่มีแรงผลักดันจากการผิดหวังในความรัก(อ้างอิงเนื้อหาใน The Social Network) สร้างเครือข่ายสังคมขึ้นมาจนครองโลกก็ว่าได้

ขณะเดียวกันเรื่องราวของภาพยนตร์ Ready Player One ก็เป็นเรื่องของเนิร์ดอัฉริยะ เจมส์ ฮัลลิเดย์ (มาร์ค ไรแลนซ์) เหมือนกัน ผู้สร้างโลก โอเอซิส OASIS ใน VR เพื่อพาผู้ใช้ทุกคน Escapist หลบหนีความจริงจากโลกอนาคต ปี 2045 ที่เกิดวิกฤติจนโลกอยู่ในขั้นแร้นแค้น ประชากรแออัด สภาพแวดล้อมทรุดโทรม บ้านเมืองดั่งสลัม ทุกคนใช้ โลกความจริงเสมือน (VR) เพื่อหลบหนีเข้าสู่โอเอซิสที่ตอบสนองความปรารถนาตัวเอง สามารถอยากเป็นใครก็ได้ (ในโลกความจริงทำไม่ได้) มีอุปกรณ์เทคโนโลยีไฮเทคครบครัน หนังเปิดเรื่องก็ทำให้เห็นเลยว่าเกือบทุกคนหันหน้าหนีจากความเป็นจริงอันแสนเฮงซวยและเข้าสู่โลกโอเอซิส โลกที่ทำให้ทุกคนมีกิจกรรมมากมายจนทิ้งโลกความจริงเส็งเคร็งไว้ด้านหลัง

วิจารณ์-Ready-player-one

จนวันหนึ่งเมื่อ เจมส์ ฮัลลิเดย์ ผู้สร้างโอเอซิส ตายลงเขาจึงต้องการมอบมรดกคือธุรกิจโอเอซิสให้กับใครก็ตามที่สามารถไขความลับปริศนา 3 ด่านในโลกโอเอซิสให้ได้สำเร็จ พระเอกของเรื่องคือ เวด วัตส์ (ไท เชอร์ริแดน) และผองเพื่อนจึงต้องร่วมมือกันไขความลับครั้งนี้

ความพิเศษและความน่าตื่นตาตื่นใจของภาพยนตร์ Ready Player One คือการสร้างโลกโอเอซิส ขึ้นมาด้วยการผสมภาพวัฒนธรรมป๊อบขึ้นมาอย่างจัดเต็ม ทุกสิ่งในโลกโอเอซิสจึงเป็นการรวมสิ่งที่ เจมส์ ฮัลลิเดย์ เติบโตมา ในยุค 1980s โลกโอเอซิสจึงเป็นโลกโหยหาอดีตของฮัลลิเดย์ในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ที่เล่น การ์ตูนที่ดู และหนังที่ชื่นชอบจะถูกมัดรวมในหนังเรื่องนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่ทำให้กลุ่มคนดูที่เกิดทันหรือคาบเกี่ยวกับยุคหนังที่หนังอ้างอิงกับวัฒนธรรมป๊อบเหล่านี้จึงตื่นเต้นตามไปด้วย แต่การจะไขความลับโลกของ เจมส์ ฮัลลิเดย์ ไม่ใช่แค่การบุกบ่าฝ่าดงเล่นให้ชนะแต่ละด่านเท่านั้น ยังต้องศึกษาข้อมูลประวัติชีวิตส่วนตัวของ ฮัลลิเดย์ อีกด้วย วิธีการวางโครงเรื่องแบบนี้ทำให้อดคิดถึงหนังเรื่องเยี่ยมอย่าง Citizen Kane (1941) ไม่ได้ Citizen Kane เริ่มต้นด้วยความตายของ “เคน”เจ้าพ่อสื่อสิ่งพิมพ์รุ่นใหญ่ ก่อนตายเขาพูดคำว่า “โรสบั๊ด” คำพูดนี้ทำให้นักข่าวช่องทีวีดังพยายามจะสืบหาคำนี้ เพื่อนำมารายงานข่าว โดยการไล่สัมภาษณ์บุคคลเกีี่ยวกับชีวิตของเคน

วิจารณ์-Ready-player-one

โรสบั๊ด ถูกนำมาใช้อย่างโจ่งแจ้งใน Ready Player One เป็นคำที่ถูกนำมาสืบหาถึงเป้าหมายสำคัญในชีวิตของฮัลลิเดย์ เพื่อเอาชนะด่านสำคัญ การจะเอาชนะด่านต่างๆให้ได้นั้น ฮัลลิเดย์ ยังได้เก็บข้อมูลชีวิตของตัวเองในรูปแบบ 3 มิติเพื่อให้เราได้ศึกษาว่าเขาเป็นคนยังไง ในแต่ละช่วงของชีวิต นี่จึงทำให้เห็นปมชีวิตของ ฮัลลิเวย์ ที่ถ่ายทอดออกมาสามด่าน ไม่ว่าจะเป็น 1. การถอยหลังไปเริ่มต้นใหม่ เขาพูดเมื่อถึงจุดแตกหักกับเพื่อนรัก อ๊อกเดน มอว์โรว์ ผ่านการแข่งขันแข่งรถที่เพียงแค่ถอยหลังจากจุดเริ่มต้นก็จะถึงเส้นชัย 2. การก้าวข้ามและเอาชนะอดีตของตัวเอง ผ่านหนังสยองขวัญเรื่องThe Shining จุดนี้หนังทำให้เชื่อว่าเป็นเรื่องของการเดตของผู้หญิง และการไม่กล้าบอกรักเธอ และ 3. ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเอาชนะ แต่ได้เรียนรู้ความลับระหว่างทาง ผ่านการเล่นเกมส์ อาตาริ 2600 ที่มีไข่อีสเตอร์ คือชื่อของผู้สร้างอยู่ เป็นอันจบภารกิจ

วิจารณ์-Ready-player-one

ข้อคิด 3 อย่างนี้ที่ ฮัลลิเวย์ สร้างเป็นด่านภารกิจขึ้นมาให้กับผู้สืบทอดนั้น เพื่อให้ผู้สืบทอดเข้าใจชีวิตของเขา และเห็นคุณค่าสำคัญในชีวิตที่เขาขาดหายไป นั่นคือเรื่องการมีเพื่อน การไม่สามารถเอาชนะข้อจำกัดตัวเอง และการหลบลี้ออกจากความเป็นจริง (Escapist) ด้วยเกมส์ หนัง และการ์ตูน การเป็นเนิร์ดอัจฉริยะของ ฮัลลิเวย์ จึงแลกกับการสูญเสียการเชื่อมต่อโลกและสังคมไปในตัวด้วย หรืออาจกล่าวได้ว่าถึงแม้จะเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้สร้างสุดเนิร์ดนั้น แต่ผู้สร้างสุดเนิร์ดก็ยังได้ให้ข้อคิดกับเหล่าสาวกว่า สิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงไม่ใช่โลกในโอเอซิส แต่เป็นโลกแห่งความจริงต่างหากล่ะ

สุดท้ายนั้น หลังจาก เวด วัตส์ และผองเพื่อนร่วมกันเอาชนะด่านของฮัลลิเวย์ได้แล้ว และเป็นผู้สืบทอดมรดกของเขา เขาก็ได้แบ่งเป็นผู้ถือหุ้น 5 คน และรณรงค์ให้ทุกคนออกจากโลก OASIS 2 วัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฮัลลิเดย์เรียนรู้ในบั้นปลายชีวิต หรือหนังก็ให้ข้อคิดสำคัญได้ว่าโลกที่มีคุณค่าหมายแท้จริงก็ยังเป็นโลกแห่งความจริงอยู่ โลกใน OASIS เป็นเพียงแค่โลกปลอมที่เอาไว้แค่หลบลี้หนีความจริงอันโหดร้ายเท่านั้น

วิจารณ์-Ready-player-one

อย่างไรก็ตามเมื่อหนังเดินทางไปตามข้อคิดนี้ ก็จะทำให้เห็นช่องโหว่สำคัญ นั่นคือการที่ผู้สร้างโอเอซิส ได้สร้างโลกขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้หลบหนีความเป็นจริง และสามารถเป็นใครก็ได้ โดยมีบริษัท IOI คอยสร้างไอเท็มราคาแพงขึ้นมา เพื่อทำให้ผู้เล่นสามารถซื้ออุปกรณ์พิเศษอัพเกรดตัวเองให้เก่งขึ้น จนกลายเป็นบริษัทที่ครอบงำผู้ใช้

แต่ถึงกระนั้นแม้อาณาจักรโอเอซิสจะยิ่งใหญ่ ในแบบที่ทุกคนพร้อมใจกันใช้งาน แต่ขณะเดียวกันโลกในสังคมคมจริงก็ยังเลวร้ายเหมือนเดิม และโอเอซิสก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้มากกว่าอุดมการณ์ของบริษัทที่ทำเพื่อการหลบหนีความจริงอันโหดร้ายเท่านั้น ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนมือมาสู่เวด วัตส์ ผู้มีความทุกข์ยากจากชีวิต และพบเจอชะตากรรมที่โหดร้ายมา และเขาก็เล็งเห็นความสำคัญต่อโลกแห่งความจริงมากขึ้น และประกาศให้โอเอซิสหยุด 2 วัน มองผิวเผินดูจะเป็นการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งสวยงาม ทำให้คนตระหนักถึงโลกแห่งความเป็นจริง แต่หนังได้หลงลืมข้อมูลสำคัญไปว่า การหลบหนีความจริงของผู้คนเพราะโลกมันโหดร้าย โอเอซิสคือพื้นที่สำรองที่ทำให้คนมีความสุขได้อีกครั้ง การรณรงค์ให้คนหันมาพบปะโลกแห่งความจริง สร้างเพื่อน หรือมีคู่รัก ในโลกเดียวกันกับที่หนังเปิดหัวมาว่าเป็นโลกทุกคนอยากหลบหนี โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบของสังคมไปแต่อย่างใด คนยังคงยากจนเหมือนเดิม ความยิ่งใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ยังคงดำเนินไป คนยังต้องหลบหนีโลกแห่งความจริง โดยที่ผู้สืบทอดอาณาจักรบอกว่า ให้ทุกคนเลิกเล่นเกมและมาอยู่ด้วยกันให้มากขึ้น จุดนี้คือช่องโหว่สำคัญที่หากคิดในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมก็อาจจะมองไม่เป็นปัญหาใดๆ เพราะระบบยังดำเนินไปในแบบเดิม ไม่มีอัศวินขี่ม้าขาว สังคมยังคงย่ำแย่ต่อไป เพียงแค่มีนายทุนที่ได้รับมรดกคนใหม่ที่เล็งเห็นต่อโลกความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

วิจารณ์-Ready-player-one

ดังนั้นข้อคิดที่บอกว่าคุณค่าชีวิตคือการได้ออกมาพบปะสัมผัส กับคนจริง มากกว่าโลกในโอเอซิสนั้น ดูเป็นความคิดที่สวยหรู แต่มันขัดแย้งต่อโครงสร้างโลกของตัวหนังเอง เพราะโอเอซิสถูกสร้างขึ้นมาให้คนหลบจากสภาพสังคมอันย่ำแย่ การสนับสนุนให้คนออกสู่ความจริง จึงเป็นการทำให้คนเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ตรงหน้าของสังคมที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้ ลองนึกถึงข่าวคอรัปชั่นของทางรัฐบาลที่เราไม่สามารถแก้ไขดูก็ได้ครับ หรือข่าวเสือดำที่คนธรรมดาไม่สามารถเอาผิดกับนายทุนใหญ่ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าถ้ามีโลกแบบโอเอซิสที่คนธรรมดาสามารถเป็นอะไรที่ตัวเองปรารถนาได้คนจะเลือกแบบไหน เพราะการพบเจอกับสังคมที่เราแก้ไขไม่ได้ดูจะเป็นเรื่องเจ็บปวดมาก

การที่หนังเลือกจบด้วยวิธีการคิดแบบนายทุนทุกอย่างจึงดูสวยงาม และทิ้งปัญหาสังคมเบื้องหลังเอาไว้โดยที่ไม่ต้องไปสนใจกับมัน สุดท้ายหนังจึงเป็นการ Escapism ซ้อน Escapism อีกที คือทำให้คนดูหลบหนีโลกความจริงไปกับหนังซึ่งหนังก็หลบหนีโลกความเป็นจริงในหนังอีกทีไปกับฮีโร่ที่กลายมาเป็นเนิร์ดครองโลก และบอกให้ทุกคนกลับสู่ความเป็นจริง แต่เป็นความจริงแค่ด้านที่ตัวเองต้องการเท่านั้น แต่อีกด้านที่ตัวเองไม่ต้องการคือเรื่องสังคมเลวร้ายในโลกอนาคตก็ปล่อยคาเอาไว้ และดูจะเป็นการดีด้วยซ้ำ เพราะการมีโลกโอเอซิส เพราะสังคมยังย่ำแย่อยู่ คนถึงต้องหลบหนีเข้าไป เพราะถ้าสังคมถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว การหลบหนีก็อาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป

น่าเสียดาย ! หนังที่ว่าจะดึงผู้คนกลับสู่ความเป็นจริงกลายเป็นซ้อน Escapism อีกชั้นไปเฉยเลย 

วิจารณ์-Ready-player-one

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ