เซ็กซ์แบบไม่ผูกมัด

ความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่งที่มีอยู่ในสังคมจริงๆ แต่มักจะถูกปกปิดหรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันภายใต้สังคมผัวเดียวเมียเดียว คือสัมพันธ์ทางเพศแบบไร้ข้อผูกมัด

เพราะความเชื่อดั้งเดิมมองว่าเซ็กซ์ต้องเกิดขึ้นกับคนที่มีความรักในฐานะแฟนหรือผัวเมียกันเท่านั้น ทำให้ความสัมพันธ์เซ็กซ์แบบไร้ข้อผูกมัด ถูกปัดตกอยู่บนเส้นสีเทาหม่นๆ และคนมีความสัมพันธ์แบบนี้มักถูกมองเป็นคนไม่ดี

แต่ภายใต้ยุคอิสระทางความคิด ยุคแห่งการเลือก ซึ่งสอดคล้องกับการก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่เราติดต่อไร้สายไปกับคนทั่วทั้งโลกได้ทำให้การต่อติดความสัมพันธ์หรือการมีสัมพันธ์ที่เรียกว่าการนัดเยเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่มีแฟน หรือบางคนเลือกที่จะไม่มีแฟนเพราะต้องการเปิดรับความสัมพันธ์แบบนี้ไปโดยไม่ยึดอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง

แน่นอนว่าความสัมพันธ์แบบนี้คนที่ได้เปรียบคือคนที่มีต้นทุนที่สูงกว่าคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์หน้า คารม เงินทอง (หรือใครก็ได้) จนได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายเจ้าชู้ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง อย่างเช่นกรณีดาราหนุ่มที่ตกเป็นข่าว เพราะอยู่ในอาชีพที่มีโอกาสพบเจอคนมากมาย แถมมีโอกาสที่คนเข้ามาหาได้มากกว่าชาวบ้านเค้า โดยเฉพาะแฟนคลับที่ชื่นชมผลงาน เซเลปหนุ่มมีโอกาสที่สาวๆจะพลีกายยอมเป็นคู่ขาข้างเตียงได้ง่ายขึ้น อาจเพราะยุคที่สื่อมีอิทธิพลต่อความชอบส่วนตัวของคน การเป็นคนดังจึงเหมือนฐานันดรพิเศษ และการได้ข้องเกี่ยวกับคนดังที่ชื่นชอบก็เหมือนการได้บรรลุความรู้สึกพิเศษ ยิ่งถ้าได้มีเซ็กซ์กับคนดังด้วยแล้วก็เรียกได้ว่าเป็นความฝันแฟนตาซีที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้โอกาสสักครั้ง #ได้สักครั้งหนูจะเป็นเด็กดี

แต่นั่นแหละอย่าลืมว่าการได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลที่ชื่นชอบ และเขาก็เล่นด้วยนั้น มันไม่ได้เดินไปในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงความรักใดๆ และมันอาจจะซับซ้อนกว่าความสัมพันธ์แบบไร้ข้อผูกมัดที่คนทั่วไปเขาทำกัน เพราะสำหรับคนทั่วไปนั้น การมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบไม่ผูกมัดนั้น อาจจะเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำ บรรเลงเพลงสวาทในยามค่ำ เมื่อถึงเช้าอีกวันก็ต่างแยกย้ายกันไป

แต่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างคนมีชื่อเสียงกับแฟนคลับนั้น มีกติกาที่ต่างกันออกไปอยู่บ้าง คนที่คุมอำนาจเหนือกว่าส่วนมากจะเป็นฝ่ายดารา ชนชั้นการเป็นดาราดังระดับพระเอกนั้นไม่ได้จะพบหาได้ทั่วไป และดาราก็รู้ถึงกฎเกณฑ์ข้อนี้ดี จึงเกิดเกมส์สวาทระหว่างดารากับแฟนคลับเกิดขึ้นง่าย ดารารู้ถึงการที่เขาสามารถเป็นวัตถุสนองความปรารถนาแฟนตาซีของแฟนคลับที่หลงใหลตนเองได้ ลองคิดดูว่าหากใครคนหนึ่งที่เป็นถึงบุคคลที่ใครก็รักใครก็หลงทั่วบ้านทั่วเมือง เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้มีความสัมพันธ์ด้วยนั้น มันไม่ได้เป็นเพียงเซ็กซ์แบบสนองกามารมย์เฉยๆ แต่มันยังมีนัยยะของการที่ทำให้ฝ่ายแฟนคลับรู้สึกถึงการมีคุณค่าที่ได้รับจากคนที่ทำได้แค่แอบมองจากที่ไกลๆ หรือจากด้านล่างเวทีเท่านั้น นั้นจึงนับว่าเป็นความพิเศษอย่างมหันต์ และยังเป็นความสัมพันธ์ที่สามารถอวดโอ้ได้อีกนาน

ในภาพยนตร์ The Square มีกรณีตัวอย่างใกล้เคียง ที่อยากนำมาพิจารณาร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มภัณฑารักษ์หอศิลป์ผู้มีชื่อเสียง “คริสเตียน” เขามีความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดกับนักข่าวสาว “แอนน์” แบบสมยอมพร้อมใจกัน หนังทำให้เห็นถึงความวิตกจริตของคริสเตียน เพราะหลังจากที่มีอะไรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายหญิงก็ดันมาขอถุงยางไป ทำให้ฝ่ายชายก็ไม่ค่อยไว้วางใจด้วยความที่ตัวเองก็มีอีโก้ของความเป็นบุคคลที่มีหน้าตาในสังคมระดับหนึ่ง ซึ่งก็เป็นมุขตลกร้ายของคนที่มีชื่อเสียงที่เมื่อมีอะไรกับใครก็ต้องมาระแวงว่าจะถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่

หนังยังไม่จบเพียงเท่านั้นอีกวันหนึ่ง นักข่าวสาวก็ยังบุกไปหาคริสเตียนแล้วก็พูดคุยแบบซีเรียสถึงเรื่องความรักชั่วคราวเมื่อคืน เพื่อพยายามถามต้อนคริสเตียนว่า เขาคิดยังไงกับการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอเหมือนจะไม่เพียงมองความสัมพันธ์กับคริสเตียนเป็นแค่คนเอากันแล้วก็ผ่านไป แต่เธอเหมือนอยากสานสัมพันธ์ต่อกับคริสเตียน แตกต่างกับคริสเตียนที่ไม่ได้รู้สึกรักใคร่อะไรกับเธอ มันจึงเป็นภาวะที่น่าอึดอัดเมื่อความสัมพันธ์ไร้ข้อผูกมัด หรือเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีอะไรการันตีสถานะของคนทั้งคู่กับต้องมาถกเถียงกันและนิยามกันว่าสุดท้ายแล้วเซ็กซ์เมื่อคืนมันคืออะไรกันแน่

มีคำถามหนึ่งที่นักข่าวพยายามต้อนคริสเตียนว่า เซ็กซ์ระหว่างคนทั้งคู่ มีนัยะถึงอำนาจที่เหนือกว่าของคริสเตียนหรือไม่ ? เพราะคริสเตียนเป็นคนมีชื่อเสียงที่ใครๆก็มาหลงชอบ และเธอก็เล่นในบทของเพศหญิงที่ถูกจิ้มแล้วจากไป คริสเตียนจึงสวนกลับเธอว่าก็เพราะความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ทำให้เธอยอมมีอะไรกับเขา และเธอก็เหมือนจะสมยอมหรือเห็นดีเห็นงามกับความสัมพันธ์แบบนี้ด้วย

มองกลับมาที่กรณีดาราหนุ่มกับแฟนคลับ เซ็กซ์ระหว่าง คนมีชื่อเสียงกับคนทั่วไป นั้นจึงมีหน้าตาที่เป็นเกมสัมพันธ์ทางอำนาจ ที่รู้ว่าใครต้องเล่นบทไหนอยู่ในตัว เซ็กซ์เป็นเรื่องความตกลงพร้อมใจกัน โดยอาจมีหรือไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง และอย่าได้คิดว่าเซ็กซ์แบบนี้จะนำไปสู่ความรักแต่อย่างใด

หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง อาลัยอาวรณ์ กับอีกฝ่ายจนเฝ้าคำนึงคิดถึง และเริ่มมองไปมากกว่าเซ็กซ์ ก็อาจเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส เพราะกลายเป็นเกมส์ที่ฝ่ายหนึ่งเล่นผิดกติกา และเริ่มมองหาความสัมพันธ์ผูกมัดในความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด ซึ่งนี่จะทำให้พบกับความเสียใจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเรื่องเซ็กซ์เท่านั้น และอาจโดนอีกฝ่ายปิดความสัมพันธ์ชัตดาวน์ทันที ไม่หลงเหลือเยื่อใยใดทั้งสิ้น ไม่ว่าเซ็กซ์หรือมากกว่านั้น

เพราะการที่เราเริ่มถลำเข้าไปผูกปมสัมพันธ์ผูกมัดกับใคร ในขณะที่เขาไม่ได้เล่นด้วย ก็เหมือนเราได้เดินเข้าไปในห้องขังที่ถูกปิดตายและนอนดิ้นตายอยู่แบบนั้น

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ