13 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2016

13 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2016

13. 45 Years (Andrew Haigh, 2015)

ภายใต้ความรู้สึกไม่เป็นไรมีรอยปริร้าวแตกสลายที่มองไม่เห็นบาดใจอยู่

12. Embrace of the Serpent(Ciro Guerra, 2015)

โปรดอย่าลืมท่วงทำนองและเสียงขับขานของคนป่า

11.The VVitch (Robert Eggers, 2015)

บอกว่าเป็นแม่มดอยู่ได้ทั้งที่ไม่ได้เป็น งั้นเป็นแล้วจัดการแม่มเลยดีมั้ย น่ามคาน

10. Anomalisa (Duke Johnson, Charlie Kaufman, 2015)

เธออยู่หนายยย คนพิเศษของฉัน

9. ดาวคะนอง By the Time It Gets Dark (อโนชา สุวิชากรพงศ์, 2016)

หนังที่ใช้แรงบันดาลใจของเหตุการณ์ 6 ตุลา กลายเป็นหนังซ้อนหนังที่ไม่พูดถึงเหตุการณ์นั้นตรงๆ

8. Things to Come (Mia Hansen-Løve, 2016)

จุดเปลี่ยนของอาจารย์ปรัชญา ที่การพูดปรัชญาลึกซึ้ง ขัดแย้งกับการที่ต้องรับมือกับชีวิตระยำๆ ของตัวเอง

7. Son of Saul (László Nemes,2015)

เพื่อนเอ๋ย! เรายังมีความหวังเหลืออยู่ไหม ในค่ายนรกแห่งนี้

6. Carol (Todd Haynes, 2015)

ดูจบแล้วรู้สึกถึงแรงปรารถนาแห่งความรักจากเธอทั้งสองคนทันที

5. The Pearl Button (Patricio Guzmán, 2015)

การเล่าเรื่องความโหดร้ายของลัทธิอาณานิคมและเผด็จการด้วยท่าทีแบบกวี นิ่งๆ นี่มันยิ่งเศร้ามาก

4. The Wailing (Hong-jin Na, 2016)

จริงๆ มันน่าสิ้นหวังมากกับผู้ชาย/พ่อ/ผัว/ตำรวจ คนหนึ่งที่เหมือนเป็นฮีโร่ที่ตอนจบควรจะเอาชนะอุปสรรคได้ แต่สิ่งนั้นมันยากเกินไปที่จะเอาชนะ แสดงให้เห็นความเป็นชายที่อ่อนหัดลงเรื่อยๆ ในหนังเอเชียร่วมสมัย

3. La La Land (Damien Chazelle, 2016)

ขณะที่หนังกำลังพาเราหลบหนีความเป็นจริงในสไตล์หนังมิวสิคัล ก็มีฉากอัดโป้งพูดถึงเรื่องความสมดุลระว่างความฝันและความเป็นจริง ปลุกเราตื่นออกจากภวังค์ทันที

2. The Act of Killing (Joshua Oppenheimer, 2012)  *เข้าฉายโรงฯปีนี้*

ในฉากที่ให้อดีตฆาตกรมาลองเล่นเป็นเหยื่อ แล้วรับรู้ถึงความเจ็บปวด/รู้สึกผิด ได้ นี่คืออีกขั้นหนึ่งของภาพยนตร์ที่เป็นมากกว่าการลงทัณฑ์ใดๆ ทางสังคม

1. The Handmaiden (Chan-wook Park, 2016)

ถ้าให้เปรียบเปรยกับหนังเรื่องนี้กับการมีเซ็กซ์ มันคือการที่ผู้ชายถูกตัดองคชาตออกแล้วดูผู้หญิงร่วมรักกัน โดยผู้ชายยังเต็มไปด้วยความปรารถนาทางเพศแต่ไม่สามารถมีส่วนร่วมใดๆ นอกจากการจ้องมองเท่านั้น

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ