6 | 2001: A Space Odyssey (1968) เขียนโดยA-Bellamy

ถึงแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว แต่หนังเรื่องนี้ก็ยังถูกระลึกอ้างอิงถึงเรื่อยมาในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ จนอาจกล่าวได้ว่านี่คือหนังที่ควรดูก่อนตาย มันเหมือนเสาเอกของบ้านที่ยึดฐานของบ้านเอาไว้ให้ทั้งหลัง โดยเฉพาะภาพยนตร์ไซไฟอวกาศ แต่เราจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนัก แถมเป็นการหมิ่นเกียรติหนังปัจจุบันจนเกินไป แต่นั่นก็เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่บ่งบอกได้ว่าแรงกระเพื่อมชั้นรุนแรงจาก หนังเรื่องนี้มันส่งอิทธิพลมากขนาดไหนถึงปัจจุบัน
.
นอกจากแท่งหินโมโนลิธที่คงเป็นเสน่หาที่ทำให้คนยังตีความไม่สิ้นสุด จนปัจจุบันมันถูกตีความอย่างขำขันว่าเป็นโทรศัพท์ IPHONE ไหนจะปัญญาประดิษย์แบบ HAL ที่ยังคงคลุมเครือ-น่ากลัวอยู่ตรงเส้นแบ่งใจกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรกล นอกจากนี้ยังมีฉากทะลุมิติที่แสงไซโคเดลิกสาดส่องอย่างสวยสดงดงาม จนกลายเป็นไลท์ติ้งที่ผู้กำกับมากมายเอาไปใช้ รวมถึงฉากจบที่พูดถึงจักรวาล, มนุษย์และการเกิดแก่เจ็บตายอย่างงุนงง
.
ทั้งหลายเหล่านี้คือสิ่งที่ 2001: A Space Odyssey สร้างอิมแพคอย่างรุนแรงจนเป็นภาพยนตร์คลาสสิกขึ้นหึ้งเอาไว้ให้นักศึกษา ภาพยนตร์บูชา หรือคนทั่วไปที่ยังหวังจะโลดแล่นเป็นนักดูหนังขั้นเทพห้ามพลาดชม นี่ไม่ใช่เพียงงานระดับมาสเตอร์พีชของสแตนลีย์ คูบริกเท่านั้น แต่มันยังเป็นงานระดับมาสเตอร์พีชแห่งโลกภาพยนตร์ และมันสร้างอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับและภาพยนตร์รุ่นต่อมาอย่างมากมาย อย่าเพิ่งเบื่อหน่ายที่คนพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะมาก เพราะพลังของมันได้สั่นสะเทือนแกนเปลือกโลกภาพยนตร์จนแตกเป็นอุกกาบาต เป็นดาวตกมากมาย ซึ่งดาวเหล่านั้นได้ส่องประกายยิบยับส่องแสงให้ผู้มาทีหลังได้สืบเสอะ เสาะหา ว่าทำไมมันถึงมีคุณค่ายิ่งนักจวบจนปัจจุบัน

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ