The Amazing Spider-Man 2

 

– สิ่งสะดุดตาที่มันค่อนข้างออกจากขนบของหนัง Super Heroes ทั่วไป ก็คือ ตระกูล Spider-Man ของ Marc Webb ไม่ได้แสดงให้เห็นความเป็น Super Heroes ในแบบอัศวินขี่ม้าขาว หรือผู้ชายแบบอุดมคติของอเมริกัน แต่มันคือการสร้างภาพให้ Spider-Man ในแบบเกรียน บ๊องๆ เนิร์ดๆ คล้ายเด็กติดเกมส์ อยากได้แฟนน่ารัก และมีปมปัญหาของครอบครัวกับที่บ้าน ซึ่งมันทำให้การดูหนัง Spider-Man ของ Marc Webb มันได้รสชาติที่แตกต่างเอาเสียมากๆ

– ฉากแอคชั่นในซีนแรกนี้อาจจะเรียกได้ว่ามันคือการคารวะเกมส์แอคชั่นต่อสู้ เกมส์ขับรถ แสดงให้เห็นถึงความหายนะ ที่เราชอบเห็นเด็กผู้ชายเล่นกัน โดยเฉพาะมุมมุมจากสายตาของสไปเดอร์แมนขณะที่กำลังโหน หรือมุมมองจากภาพรถตำรวจ นี้ทำให้เราระลึกถึงเกมส์ได้สถานเดียว

– ที่ชอบอีกประการคือ การที่อุปมาการเป็นสไปเดอร์แมนเป็นดั่งงานประจำ ที่ไม่สามารถหยุดทำได้ มันเป็นภารกิจอันหนักอึ้งของการเป็นมนุษย์ในสังคมนี้ ทำให้ สไปเดอร์แมน จึงคล้ายกับแฟนตาซีวัยรุ่น ที่กำลังกำลังเผชิญกับการเรียนหนังสือที่ต้องค้นหาตัวเอง ต้องเจอกับผู้ใหญ่ อยากมีแฟน อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นการสร้างตัวละครสไปเดอร์จากบุคลิกของเด็กๆ ที่มีอยู่จริงๆในสังคม หรือสร้างสไปเดอร์ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขจริงๆ ไม่ใช่ภาพอุดมคติของ Super Heroes ที่มีขนบประเพณีของมันมาอย่างยาวนาน

– แล้วด้วยการที่หนังมีบุคลิกของตัวละครที่ชัดเจน มันก็เลยปรนเปรอตัวละครไปทางนั้นจนสุดทางทั้งการที่ให้พล็อตเส้นเรื่องที่ อาจเรียกว่ามหากาพย์ชีวิตของตัวละครผูกโยงกันสับสันวุ่นวาย ซึ่งแต่ละเส้นนั้นถ้าเราเอามาตรฐานชีวิตมนุษย์ของเราเป็นที่ตั้ง นี้เป็นเรื่องที่เด็กวัยรุ่นทุกคนมีหรือต้องเจอ ทั้งเพื่อนสนิทวัยเด็ก คนรัก ครอบครัว ความอิจฉา หรืออะไรต่างๆ ที่มันถูกแปลงสภาพเป็นตัวละครรายล้อม พูดง่ายๆว่า มันเน้นแต่เรื่องราวของชีวิตมากกว่าที่จะเน้นภารกิจระดับชาติ

– ตัวละครอิเล็คโทร นี้คือเป็นภาพอีกมุมหนึ่งของเด็ก ลูซเซอร์ ที่ไม่มีใครสนใจ เพื่อนไม่รัก หน้าตาไม่ดี ไม่มีตัวตนในสายตาของคนอื่น พอมีคนดังมาสนใจก็ดีใจเพ้อฝัน คิดว่าเราสำคัญ และไฟฟ้ามันก็เป็นอุปมาเหมือนแรงขี้อิจฉา เพื่อแสดงตัวตนว่าเขาก็สำคัญเหมือนกันนะโว้ย

– ซีนไทม์สแควร์ ที่มีการขึ้นวิดีโอจอใหญ่ ตัวละครอิเล็คโทร มันแสดงถึงความเป็นคนที่ต้องการมีตัวตนในสังคมอย่างชัดเจน แล้วก็เป็นที่สุดของความดีใจ แต่พอมันถูกเปลี่ยนเป็นภาพสไปเดอร์แมนซึ่งเป็นภาพของคนที่มีแต่คนสนใจเป็นคน ดังในสังคม มันจึงเกิดความขัดแย้งและแรงอิจฉา แต่ซีนนี้ทำให้เราฉุกคิดเรื่องของสื่อขึ้นมาเหมือนกัน เพราะสื่อเองเป็นคนเลือกภาพว่าคนแบบไหนที่จะถูกเลือกขึ้นมาบนจอใหญ่ ดังนั้นจอก็เป็นที่ๆถูกให้มนุษย์เฉพาะแบบหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ได้แคร์ว่าการที่ยกย่องสรรเสริญมนุษย์แบบหนึ่ง มันก็ทำให้มนุษย์แบบ อิเล็คโทร กลายเป็นคนที่ปัญหาไปโดยปริยาย ดังนั้นหน้าที่ของสื่อคือการเลือกสรรเฉพาะที่ทำให้ไปปิดกั้นอีกส่วนเฉพาะไว้ ภาพการที่ประชาชนเป็นคนเลือกสรรว่าแบบไหนเป็นคนดี และคนเลว ก็น่าสนใจ ซีนนี้จึงสำคัญกับเราในแนวคิดการทำเสนอภาพทางสังคมเอามากๆ

– โดยภาพรวม ตระกูล Spider-Man ชุดนี้ จะเน้นย้ำเรื่องราวของครอบครัว การค้นหาตนเอง เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องของความรัก การตัดสินใจในการเลือกชีวิต พูดถึงการดำรงอยู่ แต่เป็นการพูดในระดับที่ไม่ได้ลงลึก แต่มีความลึกอยู่เพียงแต่ไม่เน้น เช่น เรื่องของการพูดถึงอดีตมันห้อมล้อมให้เรารู้ว่าเราเป็นใครและเราควรจะเดิน หน้าต่อไปอย่างไร หรือเป็นหนังชุดที่ให้สไปเดอร์แมนค้นหาตัวตน เพื่อให้สามารถเลือกการดำเนินชีวิตของตนเองได้

– การสร้างอารมณ์ดราม่าของ Marc Webb ยังทำได้ดีเสมอ และนี้เป็นหนัง Super Heroes ที่ทำให้เราร้องไห้ได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ

– ถ้านับเป็น Super Heroes ถือว่าธรรมดา แต่ถ้านับว่านี้เป็นหนังดราม่าชีวิตนี้เป็นหนังที่เราประทับใจเรื่องนึงเลยทีเดียว

 

คะแนน 8 /10

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ