เสรีภาพอุดมการณ์ ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นคน ทั้งหมดมันต้องแลกด้วยเลือด !

การก่อการร้ายในยุคสมัยปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามที่น่าเกรงกลัว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่ใดหรือมุมไหนของโลกก็ตาม แต่การก่อการร้ายจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ไม่ว่าจะขัดแย้งในเรื่องของ การเมือง ศาสนาหรืออุดมการณ์บางอย่าง และความขัดแย้งที่รุนแรงคงหนีไม่พ้นในเรื่องของเชื้อชาติ ในการรุกรานจากคนนอก หรือการเรียกร้องเอกราชจากการปกครองของประเทศยุโรป

หากย้อนกลับไปปีค.ศ. 1954-1962 มีเหตุสงครามเรียกร้องเอกราชของประเทศแอลจีเรียที่ถูกประเทศฝรั่งเศสปกครอง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1830 เป็นต้นมา ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ประชาชนล้มตายนับล้านคน และเหตุการณ์การเรียกร้องเอกราชของชาวแอลจีเรียในครั้งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบภาพยนตร์จากการดัดแปลงหนังสือของคนแอลจีเรียรายหนึ่งที่เป็นหัวขบวนร่วมต่อต้านเอกราชในครานั้น เพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือนความสำคัญของการได้มาซึ่งเอกราช และการเข้ามาปกครองของฝรั่งเศสด้วยไม่ชอบธรรมกับคนในพื้นเมือง

ผู้กำกับชาวอิตาเลี่ยน Gillo Pontecorvo รับอาสาทำเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นมาด้วยวิธีการนำเสนอที่เรียกได้ว่าทำภาพให้สมจริงดังภาพข่าว(News-Reel) ด้วยภาพขาว-ดำ วิธีการเคลื่อนกล้องและรูปแบบต่างๆ ดังภาพสารคดี จนบางครั้งอาจทำให้ผู้ชมหลงเชื่อไปได้ว่านี้คือเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกจริงๆ ไม่ใช่การแสดง และไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกห้ามฉายในฝรั่งเศส ซึ่งมันสวนทางกับรางวัลการชื่นชมการผู้ชมและนักวิจารณ์ทั่วทั้งโลก

ชัดเจนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเอนเอียงบริบททางด้านการเสนอภาพเข้าข้างทางฝ่ายชาวพื้นเมืองแอลจีเรียและให้ภาพพวกฝรั่งเศสไม่ต่างปีศาจร้ายที่มากอบโกยในดินแดนของพวกเขา แม้ภาพการก่อการร้ายทั้งวางระเบิด การลอบฆ่าทหารฝรั่งเศส จะมาจากเงื้อมมือจากกลุ่มของชาวพื้นเมืองเองก็ตาม แต่มิได้แสดงให้เห็นว่าผู้กำกับต้องการให้ภาพผู้ก่อการร้ายเป็นพระเอกแต่อย่างไร

ถ้าผู้ชมมีความรู้สึกเข้าไปในเหตุการณ์ต่างๆก็จะพบว่าเป็นความอึดอัดคับข้องใจอย่างเหลือคณาที่เราต้องอยู่ในบ้านของตัวเองที่ถูกผู้อื่นกดขี่ข่มแหงและมองเราเหมือนไม่ใช่มนุษย์ การแบ่งแยกถูกกั้นออกทันทีระหว่างชาวพื้นเมืองและชาวฝรั่งเศสที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในเมืองแบบชนชั้นกลางผู้เลิศหรูโดยมักจะแสดงถึงภาพบ้านเรือน 2 ชั้น ซึ่งต่างจากชาวแอลจีเรียที่ถูกแออัดกันในสลัมอย่างอดๆอยากๆ ความไร้ซึ่งศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ การดูถูกดูแคลนจากชาวฝรั่งเศส การไร้ซึ่งสิทธิเสรีภาพที่ควรได้รับอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชนพื้นเมืองจะเก็บกั้นความคับแค้นนั้นไว้ไม่ไหว และร่วมก่อตั้งกลุ่มใต้ดินกันอย่างลับๆ เพื่อแสดงความต่อสู้และเรียกร้องถึงความยุติธรรมในสังคม โดยภาพยนตร์แสดงกระบวนการของกลุ่มอย่างเจาะลึก ซึ่งจะเป็นการให้โน๊ตคำสั่งไปกับผู้อื่นส่งทอดกันไปมาเป็นทอดๆ โดยผู้ที่ได้รับคำสั่งจะไม่ล่วงรู้เลยว่าใครคือผู้สั่งเรา เพื่อป้องกันการจับได้และโยงใยไปถึงหัวหน้าขบวนการ

และเมื่อการร้ายยังคงดำเนินไปอย่างไม่จบสิ้น ทางการฝรั่งเศสจึงต้องส่งไม้เด็ดมาจัดการนั่นคือ การส่งพันโท มาติเยอ ผู้มีอำนาจสูงสุดในในภารกิจครั้งนี้ โดยเขาต้องการสาวไส้ผู้ร่วมขบวนการไปให้ถึงต้นตอหัวหน้าใหญ่เพื่อจะได้จัดการถอนรากถอนโคนให้สิ้น และเมื่อภารกิจการสั่งให้ทุกคนหยุดงานอยู่บ้านเพื่อจะได้ง่ายต่อการตรวจตราทำให้พันโทมาติเยอเริ่มจับผู้ร่วมขบวนการได้เรื่อยๆ และยังค่อยๆคลายความลับมาเรื่อยๆ ด้วยการทรมานพวกเขาอย่างแสนสาหัสเกินพรรณนาด้วยภาพความโหดร้าย ทำให้ภารกิจในครั้งนี้เดินหน้าสำเร็จลุล่วงไปถึงกลุ่มคนสุดท้ายที่เหลือรอดอยู่ และพันโทก็จัดการจับตายเด็ดขาดให้สิ้นซาก

แต่การใช้ความรุนแรงด้วยตาต่อตาและฟันต่อฟันคงไม่ใช่หนทางที่ดีนักในการปกครองแบบอาณานิคม เป็นผลให้ประชาชนทั้งเด็ก ผู้หญิงและชรา ออกมาประท้วงจนทางทหารฝรั่งเศสไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และยิ่งบานปลายเป็นการเสียเลือดเสียเนื้อครั้งยิ่งใหญ่ และเหตุการณ์นั่นไม่นานก็ แอลจีเรียก็ได้รับเอกราชเป็นผลสำเร็จ

ทั้งหมดทั้งมวลที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะเป็นภาพการก่อการร้ายตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง แต่ก็หาใช่จุดหมายสำคัญ แต่นั่นเป็นวิธีทางของส่วนประกอบทางอุดมการณ์ของการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ มนุษยชน และความยุติธรรมที่พวกเขาควรได้รับ หากคิดมุมกลับถ้าฝรั่งเศสมองพวกเขาด้วยความยุติธรรม และให้เสรีภาพเทียบเท่าชนฝรั่งเศสด้วยกัน และพัฒนาพวกเขาไปสู่ความเจริญ บางทีการที่เขาได้ย้ายออกจากสลัมและขึ้นไปอยู่ห้องชั้นสองในบ้านใหญ่โตของพวกเขา เขาอาจจะไม่อยากวางระเบิดทำลายความเจริญก็เป็นได้

คะแนน 7.75/10
เกรด B+

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ