A Clockwork Orange

 

 

– เป็นหนังที่แสดงมุมมองของความรุนแรงได้อย่างจัดเต็มทั้งการบุกบ้านคนอื่น เพื่อทำร้ายและข่มขืนเจ้าของบ้าน ซึ่งหนังก็สะท้อนภาพวัยรุ่นในสภาพสังคมโลกอนาคตที่จิตป่วยเลวทราม โดยการบรรยายภาพบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยขยะ หรือภาพวาดศิลปะที่มีแต่เรื่องเซ็กซ์ในระดับวิปริต ทำให้สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์และสภาพสังคมเกื้อหนุนซึ่งกันและกันมากขนาดไหน

– แต่สิ่งที่น่าสนใจเมื่อ อเล็กซ์ (มัลคอม แม็คโดเวล) หัวหน้าแก๊งค์ถูกจับติดคุก และต้องใช้โทษกรรมที่เขาก่อในเรือนจำ ก็มีการทดลองใหม่จากทางรัฐบาลเพื่อทำให้ผู้ต้องขังสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ ด้วยวิธีการแหกตาให้ดูแต่หนังที่มีความรุนแรงไม่ให้หลับให้นอนจนความรุนแรง เหล่านั้นเข้าไปสู่ในระดับจิตใต้สำนึกจนเกิดเป็นการรังเกียจความรุนแรงทุก รูปแบบอยากอาเจียนเมื่อเข้าใกล้ความรุนแรง จนไม่สามารถกระทำรุนแรงกับใครได้อีกต่อไป

– ซึ่งการทดลองนี้ได้ผลอย่างดี เพราะเมื่อ อเล็กซ์ต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงทุกรูปแบบถึงขั้นเกิดการอาเจียนทำให้เขา เปลี่ยนฐานะจากผู้กระทำกลายเป็นผู้ถูกกระทำในสังคมแทน

– ดังนั้นหนังจึงพูดถึงเรื่องศีลธรรมว่า การทดลองกับนักโทษด้วยวิธีนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเป็นการทำให้นักโทษกลับมาอยู่ในสังคมด้วยสภาพที่เกลียดกลัวความรุนแรง ด้วยการเข้าไปยุ่มย่ามกับสภาวะจิตใจในระดับจิตใต้สำนึก เพื่อทำให้คนในสังคมสบายใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์อันรุนแรงเกิดขึ้นต่อไปอีก แล้ว เพราะคนกลัวที่จะต้องถูกการทรมานด้วยวิธีนี้

– อีกทั้งก็ยังแสดงให้เห็นมุมมองของฝ่ายผู้ต่อต้านการทดลองนี้เพราะว่าเป็นการ ล่วงล้ำสิทธิมนุษยชน หรือทำให้สังคมเป็นเผด็จการอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว และจะยิ่งทำให้สังคมเกิดปัญหาตามมาอย่างไม่สิ้นสุด จนทำให้มนุษย์มีฐานะไม่ต่างจากหุ่นยนตร์ที่ถูกวางโปรแกรมความรุนแรงที่ทำให้ เกิดความกลัวในระดับจิตใต้สำนึกไว้ จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อกลับเข้าสู่สังคม

– สิ่งที่ละเลยไปไม่ได้เลยคือการทดลองนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือไม่ เพราะหนังสะท้อนความรุนแรงออกมาตลอดเรื่องผ่านการดีไซน์ด้วยศิลปะสมัยใหม่ ที่วิปริต แถมยังเห็นความรุนแรงทางเพศผ่านศิลปะภาพวาด และยังทำให้การมีอะไรกันที่ง่ายดายระหว่างหนุ่มสาวหรือแม้กระทั่งหมอกับ พยาบาลที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการเสียดสีสังคมในภาพยนตร์ที่เลวทราม ต่ำเตี้ยดิน แต่คนก็ยังต้องการกำจัดปัญหาโดยมองหาความดี โดยการทำให้นักโทษผู้กระทำผิดได้กลายเป็นคนดีในแบบหุ่นยนตร์

– ทั้งหมดทั้งหมดหนังใช้วิธีการตลกร้ายที่จิกกัดเสียดสี ที่ทั้งหัวเราะและขำไม่ออก ซึ่งเป็นแนวถนัดของคูบริกในการทำหนัง ซึ่งเป็นผู้กำกับที่เราชื่นชอบมากเป็นอันดับต้นๆในใจ เพราะนอกจากที่เขาจะมีวิธีการบางอย่างที่น่าสนใจในภาพยนตร์แล้ว ประเด็นการตั้งคำถามทางเนื้อหาก็ทำให้เราขบคิดและเติบโตไม่มากก็น้อยเมื่อ ได้ดูหนังของเขาทุกเรื่องไป

 

คะแนน 9/10

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ