บทเรียนชีวิตของครูสาวผู้ล้างแค้น
 

*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์*

ภาพยนตร์มักนำเสนอสภาพสังคมในประเทศนั้นๆออกมา โดยไม่อาจรู้ว่าเป็นความจงใจของผู้กำกับหรือไม่ Confessions มีภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเด็กวัยรุ่นมากมาย โรงเรียนกลายเป็นที่ซ่องสุม ปลดปล่อย และใฝ่หาอิสรภาพจากเด็กๆผู้ไม่เคยสัมผัสได้จากที่บ้าน

ใช่แล้วครับ ปัญหาต้นตอมันเกิดมาจากที่บ้านเป็นสำคัญ ปัญหาครอบครัว การหย่าร้าง การไม่มีเวลาจากพ่อแม่ การเคี่ยวเข็ญในสิ่งที่เด็กไม่ต้องการ นำไปสู่การทุบตีโดยไร้เหตุผล จากเล็กๆจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ก่อกุมจิตใจเด็กๆเหล่านี้ จนมันกลายเป็นปมด้อยที่ไร้ทางแก้ไข

โรงเรียนจึงเป็นสิ่งเดียว ที่จะทำให้เด็กเหล่านี้หลุดจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง และค้นพบสัจธรรมบางอย่างในวัยของพวกเขา บางคนขาดความรัก ขาดการยอมรับ ขาดการเอาใจใส่ โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กๆจะค้นหาสิ่งเหล่านี้ในโรงเรียน อาจกล่าวได้ว่าหากที่บ้านคือต้นตอปัญหาของเนื้อร้าย โรงเรียนก็คือแหล่งซ่องสุมเพื่อหาทางจำกัดเนื้อร้ายเหล่านั้น

คุณครูสาวโมริกุจิ (Takako Matsu) เป็นแบบอย่างของแม่สมัยใหม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวโดยปราศจากสามี

หนังเล่าเรื่องถึงการอำลาของครูสาวด้วยคำปราศรัยต่างๆนานาในเรื่องชีวิตซึ่งนักเรียนทั้งชั้นไม่ได้สนใจเลย แต่คำบอกเล่าของครูเริ่มมีน้ำหนักเมื่อเธอกล่าวว่า ลูกสาววัย 4 ขวบของเขาถูกนักเรียนในห้องฆ่า

และเขาได้ใส่เลือดที่ติดเชื้อเอดส์ ลงไปในนมให้เด็กที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรดื่ม ก่อนจะบอกว่า สิ่งที่เธอทำนั้นเพื่อทำให้ฆาตกร เข้าใจถึงคุณค่าในการชีวิต เพราะกฎหมายไม่สามารถเอาผิดเด็กจากการฆาตกรรมได้เลย

หนังใช้ระยะเวลาเปิดเรื่องถึง 30 นาทีอย่างมีพลังน่าติดตามของคำพูดครูสาว หลังจากนั้นหนังก็ทยอยเปิดเผยคำสารภาพรายตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ โดยเฉพาะเรื่องราวของฆาตกรเด็ก 2 คน

ซึ่งจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถแค่ดูตามเรื่องได้ แต่ต้องเข้าใจในมิติทางจิตเพื่อให้ปะติดปะต่อความคิดลึกๆของพวกเขาได้

หนึ่งคน ชูยะ วานาตาเบ้(Yukito Nishii) มีปมเรื่องครอบครัวจากการโดนแม่ทิ้งไปในวัยเด็ก เพียงเพราะไม่สามารถเจริญรอยตามแม่ที่มีพรสวรรค์ในเรื่องวิทยาศาสตร์ ทำให้เขาหมกตัวในห้องเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ เพื่อหวังว่าแม่จะกลับมาสนอกสนใจอีกครั้งหนึ่ง และนั่นคืออุดมการณ์กล้าแกร่งของเด็กคนนี้ โดยมองสิ่งอื่นรอบกายเป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้นเอง

ส่วนอีกคน นาโอกิ(Kaoru Fujiwara) มีความรักจากแม่เต็มเปี่ยม (หนังไม่ได้กล่าวถึงพ่อ แต่อาจจะหย่าร้างไปแล้ว) แต่ด้วยความรักที่มากเกินไป รักเหมือนโลกนี้มีเธออยู่กับลูกแค่ 2 คน ทำให้เขาเหมือนลูกแหง่ เมื่ออยู่ในโรงเรียนก็เป็นเหมือนคนโง่ ไร้พรสวรรค์ และนั่นทำให้เขาใฝ่หาเพื่อนที่จะยอมรับในตัวเขา คนที่จะบอกเขาว่าเขาไม่ใช่คนโง่เพียงเท่านั้น

แม้อาจจะมีเด็กในเรื่องหลายคนที่ดูสุ่มเสี่ยงในประเด็นปัญหาของครอบครัว แต่ความสำคัญของการดำเนินเรื่องก็คือการค้นหาฆาตกรของครูสาวและให้บทเรียนแก่เขาอย่างสาสม

ที่กล่าวว่าครูสาวโมริกุจิ เป็นแบบอย่างของแม่สมัยใหม่ ก็คือ เธออาจจะเข้าใจปัญหาของสถาบันครอบครัวเป็นอย่างดีด้วยความที่เป็นครู จึงได้ให้ความรักความเอาใจใส่ลูกสาวของเธออย่างเต็มประสิทธิภาพที่แม่ควรจะมี แม้สามีของเธอที่จะเป็นโรคร้ายและอาจตายในไม่ช้าก็ตาม แต่ทุกอย่างพลิกผันไป เพราะการฆาตกรรมลูกสาวสุดที่รักจากนักเรียนของเธอเอง

อาจน่าเห็นใจเด็กๆไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กที่ฆ่าคนเองที่ต้องเป็นผลกระทำแห่งปัญหาสังคม

แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีผู้ใหญ่คนใดอยากให้มันเป็นไปแบบนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีทางออกแห่งทางแก้ไข ใช่ว่าโลกเรามีแค่เราอยู่เพียงคนเดียว สิ่งที่เราต้องการกระทำมีความหมายมากสุดในปฐพีซะเมื่อไหร่

ความผิดหวังอาจจมปลักอยู่กับเราไม่นานก็จากไป ปัญหาจิตใจต้องถูกเยียวยาด้วยบางสิ่งที่ไม่ใช่แค่เพียงความตาย ทั้งคนอื่นตายและตัวเราเองที่ตาย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญหามันก็ยังคงอยู่ต่อไป

แม้ความงดงามจากการนำเสนอภาพในเรื่อง เป็นดั่งลูกอมสีสันสดใส แต่เมื่อลิ้นได้สัมผัสลิ้มรสกลับขมขื่นเหมือนยารักษาบาดแผลในจิตใจ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมีความลงตัวและลื่นไหลไปในทิศทางเดียวได้อย่างน่ายกย่อง

แม้จะมีความขัดแย้งในการนำเสนอเรื่องราวรุนแรงขมขื่นแต่นำเสนอภาพไห้วิจิตรตระการก็ตาม เพราะฉะนั้นอาจเหมาะอย่างยิ่งที่วัยรุ่นควรดูและให้คิดใคร่ครวญต่อคุณค่าชีวิต ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ต่างจากลูกอมสีสดใส ที่ควรค่ากับวัยรุ่นได้ลิ้มลองเสียจริงๆ

คุณครูสาวโมริกุจิ อาจดูมีความโหดเหี้ยมอำมหิตในแววตาแห่งความนิ่งในตอนต้นเรื่อง แต่ไม่มีใครเลยจะสนใจ แต่เมื่อถึงตอนจบในท้ายเรื่อง นักเรียนทุกคนกลับตั้งใจฟังครูสาวพูดอย่างตั้งใจไม่เว้นแม้แต่ผู้ชม

บทเรียนในตำราอาจไม่มีสั่งสอนเรื่องคุณค่าชีวิต แต่ครูสาวได้ให้บทเรียนนั้นแก่นักเรียนแล้วเรียบร้อย คุณค่าชีวิตที่ไม่ใช่หมายถึงว่าแค่ตัวเอง แต่เหมารวมด้วยคุณค่าชีวิตของผู้อื่นด้วยเป็นสำคัญ “หรือนี่ผู้กำกับกำลังสั่งสอนเด็กๆในสังคมของเขาทางอ้อมหละเนี่ย”

“เราอาจได้ยินเสียงบางสิ่งที่สำคัญสำหรับเรากำลังหายไป แต่เราไม่ควรทำสิ่งที่สำคัญสำหรับคนอื่นให้หายตามไปด้วย”

คะแนน 8.25/10
เกรด A

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ