Draft Day

 

ว่า ไปแล้วพอบอกว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอเมริกัน ฟุตบอล NFL มันก็กลายเป็นหนังวงแคบไปเลยนะ มันทำให้คนที่ไม่ได้สนใจกีฬาชนิดนี้เป็นทุนเดิมกลัวที่ว่าจะดูไม่รู้เรื่อง หรือเข้าไม่ถึง แต่นั่นแหละพอคนสร้างรู้ ข้อจำกัดของตัวเองในข้อนี้ดี จึงพยายามทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้หนังเรื่องนี้สื่อสารไปสู่วงกว้างให้มากที่ สุด ทำให้มันเดินอยู่ในขนบของหนังดราม่าแบบสูตรสำเร็จที่เราคุ้นเคยกัน แต่ในความเป็นสูตรนั้นมันก็ทำได้อย่างในระดับมาตรฐานสากลและดูสนุกและลุุ้น ไปได้กับการเชือดเฉือนระหว่างผู้จัดการที่ต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธิ์ซื้อขาย ตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดในแต่ละปีมาร่วมทีมให้ได้

แต่ ปัญหา เนื่องจากมันต้องมีการติดต่อพูดคุยกันตลอดแทบทั้งเรื่อง หนังจึงเลือกใช้วิธีการแบ่งเฟรมของหนังเป็น 2 ฝั่งตลอดเวลา แถมยังใช้การเชื่อมภาพโดยใช้วิธีการการกวาดเลื่อนภาพจนทำให้เราตาลายอยู่ เหมือนกัน และมันสะดุดตาขึ้นมาเพราะน้อยครั้งที่จะเห็นหนังใช้วิธีแบบนี้แล้ว

อย่าง ไรก็ตามในแง่ของความสนุกและลุ้นไปกับการชิงไหวชิงพริบก็ทำให้เราติดตาม ไปได้อย่างเพลิดเพลิน แม้เราจะพอคาดเดาอะไรบ้างได้แล้วแหละในระหว่างทาง แต่สิ่งที่เราพบเห็นว่าหนังพยายามจะหยิบใส่เข้ามาตลอดเลยคือการเผยแพร่ วัฒนธรรมการคลั่งไคล้หลั่งไหลของกีฬาประจำชาติของพวกเขา และพยายามจะส่งต่อกีฬาชนิดนี้โดยทำอย่างไรก็ได้ในสื่อภาพยนตร์ ซึ่งต้องบอกว่าไม่มากก็น้อย คนที่ดูหนังเรื่องนี้ จะรู้สึกถึงพลังถึงความหลงใหลของกีฬาชนิดนี้ – คนที่ชอบกีฬาชนิดนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนี้จึงเป็นหนังของพวกคุณ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานอะไรมาก่อนเลย หนังเรื่องนี้ก็จะทำให้คุณอยากเหลียวมองกีฬาอเมริกันฟุตบอลมากขึ้นกว่าแต่ ก่อนอย่างแน่นอน

 

คะแนน 7/10

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ