Fargo

 

– สิ่งที่ชอบมากในหนังของพี่น้องโคเอน คือการใส่ความพื้นบ้านของอเมริกัน หรือบางเรื่องก็อุปมาทางศาสนา หรือไปไกลถึงขั้นนิทานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งนี้ทำให้รสชาติของการดูหนังของพี่น้องคู่นี้มันมีความท้อง ถิ่นเล็กๆที่ไม่ค่อยปรากฎในหนังเมนสตรีมเท่าไหร่ จนเราคิดว่าถ้าจะให้เราจัดผู้กำกับหนังอเมริกันร่วมสมัยคนใดที่ทำให้เราเห็น อัตลักษณ์รากเหง้าของเมกันมากที่สุด พี่น้องคู่นี้จะติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ซีนที่อินเดียนแดงกระทืบคนขาวนี้ช่างบ่งบอกความเป็นอเมริกันชั้นดี คล้ายที่ ตารันติโน่ ระเบิดตัวเองในฉากที่ทำร้ายคนดำใน Django Unchained(2012)

– ประเด็นต่อมาคือ วิธีการสร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครเรื่องนี้อยู่ในระดับชั้นเซียนมาก นี้มันวิธีการเขียนบทดีๆชัดๆ ทุกตัวละครมีมูลเหตุและแรงจูงใจ การกระทำและบทสนทนามันก็ก่อร่างสร้างบุคลิกขึ้นมาให้เราเข้าใจ รายละเอียดปลีกย่อยที่แสดงออกผ่านตัวละครมันเพิ่มน้ำหนักให้ตัวละครกลายเป็น มนุษย์จริงๆขึ้นมา ไม่ใช่แค่ตัวละครแบบคลิเช่ๆ ที่ถูกสร้างแบบแบนๆให้ผู้ชมดู

– ที่สำคัญมันสร้างตัวละครฮีโร่ได้แบบจิดกัดหนังแนวตำรวจสอบสวนมาก โดยให้ฮีโร่เป็นผู้หญิงท้องแก่ ดูเปิ่น ตลกๆ และการสอบสวนก็ดูธรรมดา ไม่ได้สร้างความยิ่งใหญ่หรือเร่งเร้าว่าว่านี้คือฮีโร่ของหนังเรื่องนี้แต่ อย่างใด พูดง่ายๆว่ามันดูบ้านๆ มาก โดยเฉพาะสามีหัวล้านของเธอ – ฉากการเปิดตัวเธอ โดยเธอต้องออกไปทำงานเช้ามืด โดยสามีพยายามคะยั้นคะยอโดยการทำไข่ให้กิน มันเป็นรายละเอียดเล็กๆที่สร้างความธรรมดาสามัญให้สามีภรรยาคู่นี้มาก ซึ่งมันขัดแย้งกับความเหี้ยมของคู่โจรที่เพิ่มดีกรีความโหดขึ้นไปเรื่อยๆ

– บรรยากาศหิมะของหนังที่สร้างความรู้สึกเยือกเย็น จนรู้สึกได้ถึงว่า บรรยากาศมันคือตัวละครตัวหนึ่ง มันสร้างมู้ดแอนด์โทนของหนังให้เกิดขึ้น ไม่รู้จะพูดอะไรให้มากความสิ่งที่อยากบอกคือ การทำหน้าที่ในเรื่องบทภาพยนตร์เราว่ามันดีเยี่ยมมากๆ

– แต่เราสนใจเรื่องความดีความชั่วในหนังเรื่องนี้ ก็อย่างที่บอกว่าฮีโร่เรื่องนี้มันดูธรรมดามากและไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่า หลักการความดีอะไรซึ่งหนังส่วนมากพยายามจะสร้างหรือยัดเยียดเข้าไปในฮีโร่ ผดุงคุณธรรม มีความกล้าหาญ และต้องการปกป้องหรือเสียสละอะไรต่างๆนานา แต่ฮีโร่หญิงเรื่องนี้ที่ทำงานเหมือนเป็นพนักงานออฟฟิศ เหมือนมนุษย์เงินเดือน มีเพื่อนที่มาแอบรัก ห่วงแต่กิน หรือกระทั่งน้ำเสียงบทสนทนาก็ดูหลุดออกจากตัวละครประเภทนี้

– ส่วนฝ่ายคนร้าย เจอร์รี่ ที่ต้องการจ้างโจรมาลักพาตัวเมียเพื่อหวังเงินมาเรียกค่าไถ่จากพ่อตาของตัว เองนั้น ก็ดูไม่ใช่คนร้ายในแบบที่ควรจะเป็น ดูเป็นคนธรรมดาที่หักห้ามใจในการทำชั่วไม่ได้เพราะต้องการได้เงินมากกว่า และเขาไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายขนาดนี้ จนสุดท้ายมันเกินควบคุมเยียวยา เรื่องนี้ เราจึงเห็นเส้นแบ่งของการเป็นคนชั่วคนดีในหนังเรื่องนี้มันใกล้กันมาก มันคือคนธรรมดาที่หักห้ามจากการต้องการบางสิ่งไม่ได้ ซึ่งต่างจาก มาร์จ ตัวเอกของเรื่อง ที่ไม่ได้ทำดีอะไรเลยก็ทำหน้าที่ในอาชีพของเขา เพียแต่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ไม่ควร และหลังจากปิดคดีสำเร็จเขาก็ใช้ชีวิตปกติไป คุยกับผัวเรื่องงานอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสแตป์ และเรื่องลูกที่ใกล้จะคลอด ไม่มีการเน้นย้ำให้เห็นถึงเรื่องคดีสอบสวนว่ามันยิ่งใหญ่ ต่อสู้ดิ้นรนอะไรให้มันกลายเป็นอะไรมากกว่าชีวิตหนึ่งวันของคนธรรมดาที่ผ่าน ไป

– ฉากที่มาร์จ ตัวเองหญิงของเรื่อง สั่งสอนผู้ร้ายที่ถูกจับว่า ฆ่าคนเพื่อหวังเงินเล็กๆน้อยๆ แค่นี่นะ ชีวิตมีค่ามากกว่าเงินเท่านี้ ทำแบบนี้ในวันที่สวยงามนี่นะ มันจึงเป็นคำพูดที่ดูตลกมาก จริงๆหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกร้ายที่เราขำมาตลอดเรื่องทั้งนั้น มันเป็นหนังของคนธรรมดาสามัญที่หักห้ามใจทำสิ่งผิดพลาดเล็กน้อยไม่ได้จนมัน กลายเป็นเรื่องเลวร้ายที่เกินเยียวยา

– ทั้งหมดจึงว่าไปแล้ว Fargo มันจึงเป็นหนังตลกร้ายที่กำลังแสดงให้เห็นถึงเส้นแบ่งของคนธรรมดา ที่สามารถก้าวข้าวสิ่งที่เรียกว่าชั่วดีๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น และหลักการความดีนั้นมันจึงไม่ใช่หลักการหรือตำราอะไรที่เราใช้มาจองจำ มนุษย์ มันเป็เพียงเรื่องปกติทั่วไป ที่เราเพียงอย่าไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง

 

คะแนน 8.75 / 10

 

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ