Godzilla

 

– ซีเคว้นซ์ก่อนเข้าเรื่องที่ระดมภาพจำลองเหมือนพวกหนังข่าวน่าสนใจมาก เพราะมันพูดเรื่องนิวเคลียร์และการกำเนิดเกิดขึ้นของสัตว์ตัวมหึมา ที่มนุษย์จ้องทำลายมัน ต้องไม่ลืมว่าในยุคที่มนุษย์เริ่มผลิตนิวเคลียรแล้ว เป็นยุคที่มนุษย์เริ่มสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนเองและพวกพ้องจนเกิดสงคราม สัตว์ร้ายก็พวกเผ่าก๊อตซิลล่านี่แหละที่มันออกมาเป็นเหมือนพิษภัยของสงคราม และอีกอย่างด้วยความที่มันถูกผลิตซ้ำกันมาอย่างยาวนาน มันเลยการเป็นภาพแทนของสัตว์ประหลาดในตำนานของทุกคนไปในตัว

– การเก็บงำก๊อตซิลล่าให้แบบเร้นลับ ไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด รวมทั้งหนังก็ไม่พยายามเผยภาพให้ได้บ่อยนัก เพื่อให้ไปขมวดในช่วงสุดท้าย มันเป็นการพูดโดยนัยว่า ก๊อตซิลล่า เป็นตำนาน ที่ไม่จำเป็นต้องออกจอมาก แค่ไม่กี่ฉากก็พอแล้ว มันเหมือนการที่บ้านเราเห็นรอยดำแล้วบอกเป็นพญานาค คือมันเชื่อมในแง่ความรู้สึกที่เราเข้าใจตรงกันว่า มันมีความยิ่งใหญ่ เพียงแต่ว่าพญานาคมันมีเป็นตำนานพื้นบ้าน แต่ ก๊อตซิลล่า เป็นตำนานของสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์

– หนังสร้างภาพ visual effect ได้ในระดับน่าตื่นใจ และนั้นคือส่วนที่ดีที่สุดสำหรับของหนังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการเล่าเรื่องของหนัง คือ มันไม่ได้ชักจูงอารมณ์ให้น่าสนใจแต่อย่างไร จนทำให้นึกถึงคำพูดในหนังที่บอกว่า มูโต้ จะทำให้มนุษย์กับไปสู่ยุคหิน เช่นกันหนังเรื่องนี้ก็เล่าเรื่องได้เชยบรมและเหมือนอยู่ยุคหินทางภาพยนตร์ อย่างไรอย่างนั้น

– วิธีการของหนังที่มันเคยอยู่ในหลักแฟนตาซีมาก่อนเมื่อมันเป็นหนังที่ทำให้ เป็นไซไฟฮอลลีวู้ด มันก็จะต้องเล่าเรื่องข้อมูลทางวิทยศาสตร์อันมหึมา เพื่อสร้างความสมจริงให้กับการปรากฎตัวของสิ่งเเร้นลับของโลกเป็นแพทเทิร์ นลอกเลียนกันมาตามๆกัน ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าเล่าด้วยวิธีการที่สนุกให้น่าติดตาม ไม่ใช่มานั่งพ่นข้อมูล เพื่อเป็นฐานบอกว่า การปรากฎของสัตว์ประหลาดมันมีความเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มากๆเลยนะ เว้ย

– และสิ่งที่ ก๊อตซิลล่า ภาคนี้กำลังยัดเยียดผู้ชมอยู่ตลอดคือเรื่อง ดราม่าครอบครัว นี่ลงทุนขนาดต้องสร้างดราม่าพ่อกับแม่ให้เป็นวักเป็นเวร เพื่อมายัดเยียดใส่ลูก เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่า ครอบครัวของพระเอกสำคัญมากขนาดไหน ซึ่งเข้าใจ เพราะว่าพระเอกของเรื่อง(ก๊อตซิลล่า) มันไม่ใช่มนุษย์ เลยต้องหาแง่มุมมนุษย์เพื่อทำให้มันประเด็นหรือชักจูงอารมณ์ ที่มันกลายเป็นยัดเยียดจนรู้สึกว่ามันเกี่ยวกับเรื่องยังไง เพราะเรื่องดราม่าครอบครัว กับ การปรากฎตัวของก๊อตซิลล่า นี่มันแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง

– จริงๆแล้ว สัตว์ประหลาดพวกก๊อตซิลล่า มันเป็นภาพอุปมาของโลกในยุคที่มีนิวเคลียร์เกิดขึ้นแล้ว เห็นได้จากการที่สัตว์ประเภทนี้กินนิวเคลียร์เป็นอาหาร เป็นการตระหนักให้เห็นว่านิวเคลียร์นั้นส่งผลกระทบต่อโลกมากมายขนาดไหน โดยเฉพาะก๊อตซิลล่าที่เป็นภาพปรากฎบ่อยครั้งช่วงหลังสงครามโลกที่ญี่ปุ่นโดน บอมบ์ที่ฮิโรชิม่าเป็นต้นมา หรืออาจสื่อนัยได้ว่า ก๊อตซิลล่า เป็นเหมือนภาพตัวแทนของผลกระทบจากฝันร้ายในครั้งนั้น ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็ทำให้คนญี่ปุ่นตื่นตัว อีกแง่หนึ่งมันก็เหมือนสิ่งที่ทำให้ตัวเองสิ้นหวังปนๆกันไป

– แต่ที่น่าตลกเลยพอมันอยู่ในมือของฮอลลีวู้ดซึ่งหยิบยืมก๊อตซิลล่ามาอยู่ใน บริบทของตนเอง และที่น่าตลกซ้ำสองคือ พวกเขาเป็นคนบอมบ์ฮิโรชิม่า ก๊อตซิลล่า จึงอาจเป็นการแสดงได้ว่า เมกาเป็นคนปลุกขึ้นมา และพอเมกาถูกมูโต้ทำร้าย เจ้าก๊อตซิลล่า ก็เหมือนจะมาเข้ามาจัดการ ซึ่งแน่นอนชาวเมกาก็มองว่าเจ้าก๊อตซิลล่ามาช่วยพวกเขา หรือใช้คำพูดหลายๆครั้งที่บอกคืนสมดุลให้ธรรมชาติ หรือถ้าตีความในความเห็นของเราก็คือ ถ้าการบอมบ์ฮิโรชิม่าในครั้งนั้นทำให้ก๊อตซิลล่าตื่นขึ้นมา การกลับมาช่วยโลกในครั้งนี้ ก็เป็นเหมือนการบอกว่า ผลกระทบของนิวเคลียร์ของพวกเขาในครั้งนั้นก็กลับมาช่วยเหลือพวกเขาในการปก ป้องโลก ก๊อตซิลล่าจึงกลายเป็นของขวัญจากการบอมบ์ชาวบ้านเขา เป็นของขวัญจากพวกเขาอะไรแนวนั้นเลย

– ดังนั้นถ้าคิดแบบนี้ ประเด็นที่บอกว่า มนุษย์ไม่สามารถกำหนดธรรมชาติได้นี้ทำให้มันดูสวยหรูนะ ก็ไอสิ่งที่มนุษย์กำหนดไม่ได้ก็เพราะเราสรา้งขึ้นมาเองทั้งนั้น การทำลายล้าง สงครามโลก นิวเคลียร์ ความบาดหมาง การก่อร้าย สงครามเย็น สิ่งเหล่านี้มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งนั้น ซึ่งมันก็กลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต้องรับการกระทำของตนเองไป โดยอุปมาให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ดูเผินคือ พระเจ้าของมนุษย์ ถ้าเป็นพระเจ้าของมนุษย์ก็เป็นพระเจ้าที่มืดหม่น ดำมืด ถึงสื่อถึงใจของมนุษย์เองแทบทั้งนั้น

– แถม เรื่องภาพการนำเสนอการต่อสู้ของมูโต้ และ ก๊อตซิลล่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะคล้ายสงคราม โดยรวมเรื่องเหตุการณ์ทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว ซึนามิ ตึกถล่ม เพื่อถ่ายทอดความความรักใคร่สามัคคีเอาใจใส่ของมนุษย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อให้โลกจะมีสงครามหรือภัยพิบัติด้วยน้ำมือมนุษย์เราก็จะรักกันปานจะกลืน กิน

 

คะแนน 6/10

 

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ