แดร็กคูล่าพ่อลูกอ่อน
อนิเมชั่น Hotel Transylvania ให้ภาพของท่านเคาท์แดร็กคูล่า ในมุมมองที่ไม่คุ้นชินและแตกต่างไปจากเดิม เป็นการปะทะกับภาพลักษณ์ของการมองเห็นแบบทั่วไป ซึ่งนี่จึงเป็นจุดขายของการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องนี้ โดยตัวมันเองยังได้ยั่วล้อเรื่องราวของแดร๊กคูล่าอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง โดยเริ่มต้นด้วยการใช้ภาพกว้าง ในห้องนอนและบรรยากาศที่ไม่ชอบมาพากล ก่อนที่จะเผยให้เห็นเงาโครงร่างและสีคลุมสีดำปลิวไสวบ่งบอกอย่างน่าขนหัวลุกว่านี่คือแดร็กคูล่าที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งถ้าหากเป็นภาพคุ้นตา- ช็อตต่อมาผู้ชมคงได้เห็นการเสพย์สมเลือดหญิงสาวด้วยความสยดสยองเป็นแน่

แต่… ก่อนที่ความทรงจำของผู้ชมที่ถูกสร้างจากหนังเรื่องเก่าๆจะย้อนกลับมา หนังก็เร่งเร้าและตัดช็อตต่อมาด้วยความรวดเร็วอย่างไม่สมประกอบ เพื่อสร้างความสะดุดดั่งแผ่นเสียงตกร่อง เพื่อทำลายความหวังใดๆทั้งปวงก่อนจะพาผู้ชมไปพบกับท่านแดร็กคูล่า ที่มีเสียงพากย์ชวนหัวของ อดัม แซดเลอร์ เป็นแกน – อีกทั้งยังกลายเป็นค้างคาวดูดเลือดพ่อลูกอ่อนที่ต้องเลี้ยงและกล่อมลูกน้อยด้วยเพลงแสนน่ารัก แก่ มาร์วิส (Selena Gomez) ลูกสาวของตนเอง เรียกเสียงหัวเราะของผู้ชมได้ไม่มากก็น้อย

แนวคิดกลับตาลปัตรต่อมาคือ การทำให้ความคิดของแดร็กคูล่า ที่มองว่า พวกมนุษย์เป็นสิ่งชั่วร้ายที่ต้องอยู่ไกลห่างเข้าไว้ โดยการสร้างโรงแรมให้ไกลห่างยากนักที่มนุษย์จะก้าวล้ำเขตแดนเข้าไปทำร้ายเขา และลูกสาวของตนเอง นี่จึงเป็นการสะท้อนมุมมองที่ออกมาจากสิ่งที่เราไม่เคยพบเห็นในภาพยนตร์ นั่นคือมุมมองจากแดร็กคูล่า เพื่อสร้างความตลกขบขันและหยอกเย้าภาพจำของผู้ชม ที่สร้างความน่ากลัวให้คนแทนในสายตาของแดร็กคูล่าทันที

โดยเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นห้วงเวลาปัจจุบัน ในวันเกิดครบรอบ 118 ปี ของลูกสาวมาร์วิส ทำให้ผีจากทั่วสารทิศมารวมตัวกันอย่างมิได้นัดหมาย เพื่ออาศัยเช่าพักในโรงแรมทรานซิลเวเนียของท่านเคาท์ เฉลิมฉลองแด่วันลืมตาดูโลกของมาร์วิส ซึ่งการมาบรรจบกันของผีนานาชนิดนั้นก็ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินกันไป ทั้ง แฟร้งเกนสไตน์(เควิน เจมส์) , มัมมี่(เซอโร กรีน),มนุษย์หมาป่า(สตีพ บัสเซมี่) และอีกต่างๆมากมาย ที่อาจทำให้คุณพ่อที่พาลูกๆมาชม เกิดการโหยหาอดีตตัวละครจากหนังสยองขวัญในยามเด็ก ได้อย่างง่ายๆเลย

จุดเกิดเหตุมันอยู่ตรงที่ มาร์วิส ลูกสาวที่ถูกปิดกั้นจากโลกภายนอกต้องการไปท่องเที่ยวหมู่บ้านมนุษย์เป็นของขวัญวันเกิดซึ่งนี่เป็นเรื่องหนักอกหนักใจของท่านเคาท์เป็นอย่างมาก เพราะท่านเคาท์ไม่ต้องการให้ลูกของตนเองเผชิญความโหดร้ายของมนุษย์

อย่างที่กล่าวไปอนิเมชั่นเรื่องนี้พยายามจะแสดงในมุมมองของความเป็นแดร็กคูล่าที่ถูกมนุษย์กระทำ(เหยื่อ) มิใช่การกระทำสู่มนุษย์อย่างในหนังสยองขวัญที่ผ่านๆมา ทำให้เขาเข็ดหลาบกับมนุษย์ และต้องการปกป้องลูกของเขาให้ไกลห่างจากสัตว์ประเสริฐเหล่านั้นทั้งหลาย ซึ่งถ้าลองเสริมความคิดด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์แดร็กคูล่าด้วยแล้ว แดร็กคูล่าคือเจ้าชาย เจ้าชายวล้าดที่ 3 หรือที่รู้จักในนาม วล้าด เทเปส (Vlad Tepes) ที่ปกครองด้วยความเหี้ยมโหดสังหารประชาชนไร้ทางสู้กว่าแสนคน แต่ถูกข้าศึกสังหารและตัดหัวแดร็กคูล่าเสียบประจาน แต่หลังจากนั้นอีกนานเมื่อมีการขุดค้น กลับไม่พบโลงศพของเขา จึงทำให้เป็นเรื่องเล่าขาน และกลายเป็นตำนานแวมไพรส์แดร็กคูล่าหลังจากนั้นเป็นต้นมา

แม้จะมีแนวคิดที่น่าสนใจในการสร้างภาพที่แตกต่างออกไป แต่ที่สุดแล้ว Hotel Transylvania ไม่ได้ถึงกลับสร้างประวัติศาสตร์แดร็กคูล่าขึ้นมาใหม่ เป็นการแค่หยิบยืมภาพจำของผู้คนมาใช้บ้างเท่านั้นเอง โดยตัวการ์ตูน ก็เน้นขายความฮารั่ว ในองค์ประกอบรายทาง ที่มีนิยามให้เห็นความแตกต่างจากความน่าสะพรึงกลัวของภูตผี แปรเปลี่ยนเป็นความน่ารักแสนกล ที่มีความสนุกในระดับบ้าบอแทน แม้จะมีพล็อตยึดในเรื่องของการเรียนรู้ในตัวมนุษย์ที่หลุดหลงเข้ามาหนึ่งคน นั่นคือ โจนาธาน(Andy Samberg) ที่ทำให้ท่านเคาท์ต้องปกปิดจากผีทุกตนเพราะกลัวจะล่วงรู้ว่ามีมนุษย์หลุดเข้ามาและเกิดความโกลาหลรับไม่ได้ ซึ่งแสดงภาพของความยุ่งเหยิงเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในบั้นปลาย ระหว่างความเป็นผีและความเป็นคน เป็นการสมานฉันท์ถึงความแตกต่างสองชาติพันธ์ ที่สามารถดำรงอยู่ด้วยกันได้

แต่ด้วยการเน้นขายความสนุกในรายละเอียดรายทางมากเกิน ที่มักหลุดออกจากตีมของเรื่องที่ดำเนินไป แม้จะพอกล่อมแกล้มไปได้ไปกับตลกแบบจังหวะในหลายๆครั้ง เช่นการที่ท่านเคาท์คิดว่ากำจัดโจนาธานออกจากโรงแรมได้แล้ว ในฉากที่กำลังแช่ในอ่างอาบน้ำ พูดกับผีตนอื่นเรื่องโจนาธาน แต่โจนาธานที่ถูกมาร์วิสช่วยกลับมาอีกครั้ง แต่พลัดตกลงมาจากหลังคาซึ่งร่วงลงสู่อ้อมตักของท่านเคาท์ที่กำลังแช่น้ำพอดิบพอดี เป็นการใช้จังหวะที่ดีในการสร้างเสียงหัวเราะ ซึ่งเป็นวิธีการที่มักพบในการ์ตูนเรื่องนี้อยู่บ่อยๆครั้ง

ท้ายที่สุดแล้วแม้ Hotel Transylvania จะมีแนวคิดเรื่องยั่วล้อแดร็กคูล่า ตั้งแต่ฉากเริ่มต้นได้อย่างน่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้ไปให้สุดที่สุดทางเท่าที่ควร มันจึงเป็นการยั่วล้อที่มาเหมือนมุกตลก ทั้งการยั่วล้อเรื่องความเป็นผีกลัวมนุษย์ หรือการเหน็บแนมแวมไพรส์ทไวไลท์ที่ท่านเคาท์พบเห็นในทีวี ผสมกับการเชิดชูความรักที่คนมีให้ต่อท่านเคาท์ที่ปรากฎออกมาให้เห็นในฉากที่ท่านเคาท์และผองเพื่อนออกจากโรงแรม และพบเจอเทศกาลหนึ่งที่มีคนแต่งตัวเป็นเช่นเขาและผีตนอื่นๆอย่างมากมาย ซึ่งเป็นดั่งการแสดงการคารวะต่อหนังผีสยองขวัญชื่อดังในอดีต

แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่แสนเบาหวิว เน้นเฮฮา จึงไม่ได้ทำให้กระตุกต่อมรักใคร่เท่าที่ควร และการที่จะทำให้คนสนใจมากกว่านี้นั้น มันควรที่จะทำให้เป็นอนิเมชั่นที่มีช่วงระยะอายุกว้างกว่าที่ควรจะเป็น มิใช่สร้างในระดับสติปัญญาเด็กดูเพียงเท่านั้น เพราะจะเล็งเห็นว่าทิศทางของอนิเมชั่นโลกกำลัง ผลิตขึ้นให้คนช่วงระยะอายุกว้างชม(เด็กยันชรา) แต่ด้วยความสนุกแบบหลุดทิศทาง ก็อาจทำให้แนวคิดตั้งต้นที่หนังมี-เสียความคมชัด เหมือนทีวีจอดำได้เหมือนกัน

แม้อย่างน้อยจะมีองค์ประกอบหลายๆอย่างน่าประทับใจ กระทั่งเสียงประกอบภาพยนตร์ของมันก็ตาม

คะแนน7/10
เกรด B

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ