Into the Woods

แม้จะมีสิ่งน่าสนใจแต่เราก็หลับแล้วหลับอีกเพราะหนังโดยรวมน่าเบื่อมากๆๆ แต่ก็ยังพอมีรายละเอียดที่ทำให้เราอยากจะกล่าวถึง

ชอบที่หนังสร้างเรื่องขึ้นมาจากการยำเทพนิยาย (Fairy Tale) หลายเรื่อง ทั้งล้อเลียน วิพากษ์เทพนิยายเหล่านั้น จนความศักดิ์สิทธิ์ของเทพนิยายเหล่านั้นได้ถึงยุคที่ต้องเรียกได้ว่าสั่นคลอนอำนาจของมันจนสิ้นแล้ว เรียกได้ว่า ถ้ามีหนัง ละคร หรือนิทานเรื่องอะไรก็ตาม ยังดัดแปลงเทพนิยายด้วยสายตาไร้เดียงสา — หมายถึงไม่รู้ว่า มันมาถึงยุคที่เทพนิยายถูกล้อเล่น ล้อเลียน จนมันป่นปี้ไปแล้ว แต่กลับยังคงซื่อสัตย์ต่อเทพนิยายเพื่อหลอกเด็ก หลอกคนดู ชวนฝัน โดยกดทับความเป็นจริงของโลกอีกด้านไว้ยังน่ารำคาญ เพื่อหากินกับคนดู กับศีลธรรมเลื่อนลอย โดยใช้ขนบขอเทพนิยายพาฝันเข้ามาประยุกต์กับตัวละครปัจจุบัน เราถือว่างานเหล่านั้นเป็นงานเศษขยะสำหรับเรา นอกเสียคนทำจะทิ้งสัญญาณบอกให้คนดูรู้ว่าคนทำก็ตระหนักถึงการล้มครืนของเทพนิยายลงแล้วเช่นเดียวกัน แต่ยังใช้ขนบเทพนิยายเพื่อนำมาซึ่งการสะท้อนภาพกลับตัวละครเอง

อาจกล่าวได้ว่าก็ดิสนีย์นี่แหละ ที่เป็นคนสร้างเทพนิยายขึ้นมาจากการดัดแปลงนิทานเรื่องเล่าอันแสนโหดร้าย ให้กลายเป็นละครโลกสวยสำหรับเด็ก จนเมื่อถึงจุดที่นิทานหมดลง การเอาเรื่องเล่าโลกสวยที่ครั้งหนึ่งตัวเองได้ดัดแปลงนั้นกลับมาเล่นกับมันอีกที

เราว่า Into the Woods มันกลับไปหาความมืดหม่นโหดร้ายตามจินตนาการเรื่องเล่าต้นฉบับของนิทานแต่ละเรื่องได้เหมือนกันแม้สุดท้ายแม้สุดท้ายดิสนีย์ยังต้อแคร์ให้มันไม่ดาร์กจนเกินไป

การนำเอานิทานแต่ละเรื่องมายำรวมกัน โดยยังคงไม่ทิ้งแก่นของเรื่องเดิม ก่อนที่จะล้อเลียน,วิพากษ์ก่อน และสร้างแก่นใหม่จากเรื่องเล่าทั้งหมดนั้น จนตัวมันกลายเป็นนิทานเรื่องใหม่จากการขโมยนิทานเรื่องเก่า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก และคงต้องยกเครดิตให้กับคนคิดเรื่องต้นฉบับจากละครบรอดเวย์ Stephen Sondheim และ James Lapine

เราเชื่อว่านี่คือทิศทางที่ถูกที่ควรและร่วมสมัยมากในการเล่นกับเทพนิยายโดยที่ตอนจบตัวเองไม่ได้สร้างเรื่องให้ตัวเองเป็นเทพนิยายซะเอง แต่เป็นการหาวิธีส่งสารไปถึงคนดูที่ควรตระหนักถึงโลกแห่งความเป็นจริง สัญลักษณ์ของป่าเรื่องนี้ ใช้ได้อย่างคุ้มค่ามาก ทั้งเป็น สัญลักษณ์ตามขนบเดิมของนิทานเหล่านี้ และก็ยังเป็นที่ๆที่เราถูกติดตรึงไว้กับความดั้งเดิม ออริจินัล ก่อนที่หนังจะพยายามหาวิธีทำให้คนดูออกจากป่า ซึ่งมันเป็นทั้งการทำลายคุณค่าล้าสมัยเดิม และมองให้เห็นความเป็นปัจจุบัน และพยายามจะลบเส้นแบ่งระหว่าง ดี/ชั่ว ความฝัน/ความจริง ความตาย/การมีชีวิต แม้ส่วนหลักๆยังมีความเป็นดิสนีย์อยู่ทั้ง ข้อคิดเรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องแม่ลูก ที่ก็เพิ่งพบเห็นไปใน Maleficent

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ