Mother (2017)

 Mother (2017)

นิทานไบเบิลในคราบผัวเมีย

*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์*

Mother (2017) ด้วยความชัดเจนจากบทสัมภาษณ์ผู้กำกับดาร์เรน อาโรนอฟสกี้ (ฺBlack Swan, Noah) Mother เป็นการอุปมานิทัศน์ (Allegory) ถึงคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งพันธะสัญญาเก่าและใหม่ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ คือ Mother Earth, ฮาเวียร์ บาเด็ม คือ พระเจ้า และเรื่องราวต่างๆ ก็โลดแล่นไปตามกรอบศาสนา ทั้งบ้านเปรียบเป็นโลกหรือสวนอีเดน บุคคลอื่นเข้ามาแทนอดัมกับอีฟที่นำบาปเข้ามาสู่บ้านจนนำไปสู่วันล้างโลก

เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การถูกฟื้นฟูใหม่ของบ้าน ผ่านเพชรซึ่งถูกนำมาวางแท่นที่เฉลยในตอนจบว่าเป็นหัวใจของ Mother นั้นทำให้บ้านที่มอดไหม้ กลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ และเจนลอว์ก็เป็นผู้ถูกสร้างขึ้นจากเพรชและกลายเป็นเมียที่พยายามจะซ่อมแซมดูแลบ้าน ซึ่งเปรียบดั่งโลกตามการอุปมานิทัศน์

Mother (2017)

แต่การมองผ่านกรอบศาสนาไปทื่อๆ เพื่อให้เห็นความจงใจของผู้กำกับย่อมไม่สนุกแน่ โดยเฉพาะคนไม่อินกับศาสนาคริสต์ ดังนั้นบทความนี้ไม่พยายามจะตื่นตาตื่นใจกับอุปมานิทัศน์ทางศาสนาแบบนั้น ยกเว้นกับประเด็นบางอย่างที่ทำให้ตกผลึกกับเรื่องราวที่ปรากฎในหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ

นอกจากความน่าสนใจของการที่หนังอุปมานิทัศน์กับศาสนาแล้ว หนังยังแสดงให้เห็นว่า Him เป็นนักเขียนผู้สร้างสรรค์ หรือพระเจ้าก็เทียบค่าได้เท่ากับศิลปิน ผู้มีโลกและสรรพสิ่งเป็นผลงานศิลปะของเขา โดยเริ่มต้นคือการที่ Him หรือ God กำลังตีบตันในความคิด จนต้องเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่ ดังนั้นการที่เปิดรับแขกไม่ได้รับเชิญ ผู้เป็นแฟนหนังสือของเขาย่อมช่วยเหลือเขาได้

ส่วนเจนลอว์ คือ หญิงสาวที่ปกปักรักษาบ้าน และอยากจะมีลูก ตลอดทั้งเรื่องหนังเดินเรื่องผ่านมุมมองของผู้หญิงอย่างเจนลอว์ตลอด ดังนั้นเทคนิคมุมกล้องโคลสอัพระยะใกล้จนน่าอึดอัด ก็เพื่อนำพาบรรยากาศความรู้สึกของคนดูให้เป็นดั่งตัวเธอ เพราะต้องไม่ลืมว่าตลอดทั้งเรื่องเราไม่รู้เหตุผลกลใดที่เธออยู่ในบ้าน เธอรับรู้ได้อย่างเดียวคือ เธอคือเมียและแม่บ้าน

Mother (2017)

จุดนี้ทำให้เห็นชัดเลยว่าการแบ่งหน้าที่ทางเพศเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันที คำแรกในหนังที่เราเห็นเธอพูดคือการเรียกหา ‘ที่รัก’ และหลังจากนั้นเธอการตามหาที่รักไปทั่วบ้าน ถ้าเราเอาจุดเฉลยของหนังมาพูดให้เห็นชัดคือ ผู้หญิงหรือ Mother Earth ตกอยู่ในเกมส์เครื่องมือของ Him หรือ พระเจ้าเท่านั้น โดยที่มุมมองเรื่องของคนดูกับเธอเดินหน้าไปพร้อมกันคือไม่มีทางรู้จุดเฉลยจนตอนจบได้

วิธีการแบบนี้ทำให้ผู้เขียนคิดถึงหนังเรื่อง Tag (2016) หนังญี่ปุ่นกำกับโดยชิออน โซโนะ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หนังเรื่องนั้นเป็นการเล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เข้าใจ(ห่า)เหวในเรื่องเหมือนกับ her ใน Mother ซึ่งคนดูก็จะได้รับข้อมูลเท่ากับตัวละครหญิงทั้งเรื่อง จนเมื่อถึงตอนเฉลยจึงเข้าใจว่า ทั้งสองเรื่องตัวละครเอกหญิงตกเป็นเครื่องมือในโลกที่ครอบงำโดนอำนาจของผู้ชาย ผู้ชายจึงเปรียบเป็นพระเจ้าในโลกของผู้หญิง

tag

เช่นกันระบบที่ครอบงำ her ใน Mother ถูกควบคุมโดยโครงสร้างอำนาจชายเป็นใหญ่ (ปิตาธิปไตย) ซึ่งการนำเสนอเรื่องของผู้หญิงที่ไม่ได้รับความสนใจ เป็นเพียงแรงบันดาลใจของสามี ขณะที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สามีรัก ปกป้องบ้าน และลูกของเธอกับสามี กลับกันสามีกลับด้อนแคร์เธออยู่เสมอ ไม่ฟังคำขอร้องใดๆของเธอทั้งสิ้น พยายามจะพรากลูกของเธอเพื่อให้เหล่าสาวกชื่นชมจนลูกตาย นี่เป็นสิ่งที่เธอถูกทารุณกรรมทั้งร่างกายจิตใจจากความรักที่เธอมอบให้กับสามีของเธอ และเนื่องจาก Him เป็นภาพแทนของพระเจ้าและกลายเป็นศาสนาที่มีสาวกเดนตายนับถือ ทำให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้จึงเป็นการเสียดสีศาสนา ซึ่งมาพร้อมระบบอำนาจแรกสุดที่กดขี่ผู้หญิง

ดังนั้นหนัง Mother สำหรับผู้เขียนคือการแสดงให้เห็นว่าระบบอำนาจที่กดขี่ผู้หญิงมาจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าศาสนา ผู้หญิงถูกสร้างขึ้นมา เพื่อปกปักรักษาบ้าน (= โลก) พระเจ้าคือศิลปินที่พยายามจะหาแรงบันดาลใจ และเมื่อได้แรงบันดาลใจจนได้รับการตีพิมพ์หนังสือ(=บทบัญญัติ 10 ประการ) จนโด่งดังและกลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียง สร้างลัทธิของตัวเองขึ้นมา กลายเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ รวมถึงยังเปิดอ้าแขนรับแฟนคลับ เข้ามาอาศัยในบ้าน ก่อนที่เหล่าสาวกเหล่านี้จะเปลี่ยนมารุกรานบ้าน ทั้งหมดเป็นภาพแทนของมนุษยชาติที่กำลังทำลายธรรมชาติในเชิงนิเวศวิทยาอย่างหนักหน่วง ทุกคนต่างกอบโกย ทำลาย โดยไม่สนใจคำหวงห้ามของ Mother แต่อย่างใด จนโลกเราเกิดวิกฤติ ภัยธรรมชาติ เกิดความขัดแย้งนำไปสู่สงคราม ซีเคว้นของหนังในช่วงนี้นอกจากจะเป็นซีเคว้นมหากาพย์คือทุกอย่างเกิดขึ้นในบ้านที่ถูกอุปมานิทัศน์ว่าคือโลก มันยังเกิดขึ้นในชั่วพริบตา และสามารถตีความได้ร่วมสมัยทั้งตามคัมภีร์ไบเบิลและเหตุการณ์ร่วมสมัยในช่วง 100 กว่าปีที่ผ่านมา (พายุเฮอร์ริเคนร้ายแรงที่สุด, สงครามศาสนา, ปัญหาความยากจน, ผู้อพยพ)  ซึ่งปัญหาทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจาก Him หรือพระเจ้านั่นเอง

Mother (2017)

หนังทำให้เห็นภาพของการคลั่งบุคคลดั่งพระเจ้า และการเข้ามาทำลายทรัพย์สินของบ้าน ทุกอย่างถูกผสมรวมอยู่ในหนังเรื่องนี้อย่างสับสนอลม่านและโกลาหล จนนำไปสู่ฉากสุดท้ายที่ Mother ไม่สามารถรับมือได้ และเลือกที่จะทำลายล้างโลก(ระเบิดไฟไหม้)เพื่อให้ทุกอย่างจบสิ้น แต่เราจะเห็นว่านี่ไม่ใช่การจบสิ้นสำหรับ Him เพราะเขาสามารถรีเซ็ทเวลาไปเริ่มต้นใหม่อีกกี่ครั้งก็ย่อมได้ เพื่อวนลูปเวลา และที่สำคัญพระเจ้าไม่ได้เรียนรู้ ที่จะปรับเปลี่ยนให้เส้นทาง การไม่พออกพอใจ ไม่ว่า Mother จะทำเช่นไร จนเธอมอดไหม้ ก็ยังคงควักหัวใจของเธอขึ้นมา เพื่อสร้างสรรค์บ้าน (= โลกครั้งใหม่) โดยสร้าง Mother คนใหม่ขึ้น นี่เป็นการสะท้อนอำนาจของผู้ชายที่เป็นศิลปิน เปรียบแทนได้กับพระเจ้า พระเจ้าที่พยายามครอบครองอำนาจ สร้างสรรค์ และทำลาย โดยไม่ยี่หระต่อความรู้สึกใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเมียของตัวเองก็ตาม

สำหรับ Mother ซึ่งเป็นตัวแทนของเพศหญิงและธรรมชาติ นอกจากเธอจะถูกสร้างมาให้รัก Him โดยไม่ตั้งคำถามใดๆแล้ว เธอมีหน้าที่ให้ความรักกับโลกใบนี้ และทำทุกทางเพื่อปกป้องโลก แต่สำหรับ Him คือการสร้างผลงานเพื่อให้คนอื่นเชิดชู และตอบแทนพวกเขาโดยการเปิดบ้านต้อนรับอย่างไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ เธอทำทุกอย่างดีที่สุดเหมือนกับว่านี่คือครั้งเดียวที่จะได้ทำให้กับความรักต่อโลกใบนี้และ Him แต่สำหรับ Him แล้ว นอกจากเขาจะสร้าง her มาเพื่อผลประโยชน์กับตัวเองแล้ว เขาก็ยังเหยียบย่ำความรู้สึกเธอแบบเดิมได้อีกเป็นวัฎจักรไม่จบสิ้น นี่คือความน่าเศร้าของสิ่งถูกสร้างถูกกระทำย่ำยีจากผู้สร้าง ผู้หญิงในเรื่องนี้ถึงแม้ถูกสร้างมาเป็นเพียงสิ่งของ แต่เธอก็ทำอย่างเต็มที่ ในขณะที่เจ้าของก็กลับใช้อำนาจของตัวเองย่ำยีซ้ำๆ จนกว่าเธอจะหมดรัก

Mother (2017)

หัวใจเป็นวัตถุเต้นได้ห้องซ้ายกลางอกถูกใช้แทนความหมายว่า ‘ความรัก’ นั่นหมายถึงว่าถึงว่าเวลาเรารักใครเราไม่ได้มอบหัวใจ (วัตถุกลางอก) จริงๆ ให้ใคร เราแค่มอบหัวใจในเชิงสัญลักษณ์ไว้ให้ แต่สำหรับ her ในวันที่เธอมอดไหม้และยอมแพ้ต่อความรักที่มีต่อ Him แล้ว (เปรียบเป็นวันสิ้นโลกของเธอ) แต่ Him ก็ยังกระทำย่ำยีโดยการควักหัวใจของเธอจริงๆไม่ใช่สัญลักษณ์มาใช้เพื่อทำให้โลกที่สิ้นสุดกลับมาฟื้นคืนชีพขึ้นใหม่ไดด้อีกครั้ง

ดังนั้น “หัวใจ” ของ Mother จึงยิ่งใหญ่มาก เพราะเป็นการบูชาให้กับความรักที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล

สรุปแล้ว Mother คือหนังที่เสียดสำอำนาจปิตาธิปไตยของพระเจ้า ผู้สร้างสรรค์โลกแบบศิลปินอัจฉริยะ โดยพยายามจะคว้าอินสไปร์ทุกสิ่งอย่าง แต่ไม่ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และปล่อยให้โลกมันเป็นเช่นนี้ ไม่เคยห้ามสิ่งใดๆ ที่กำลังจะเป็นเหตุร้าย และน้อมรับคำสรรเสริญอย่างคนที่เต็มไปด้วยความตัณหาของการสร้างสรรค์ และพร้อมอภัยทุกคนถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเหยียบย้ำภรรยาของตัวเองก็ตาม และเมื่อถึงวาระสุดท้ายของโลก พระเจ้าก็ยังทรงใช้ประโยชน์จากหัวใจภรรยาของตัวเองได้อย่างเย็นชา โดยไม่รู้สึกเสียใจใดๆ นี่คือหนังที่เหยียบย่ำกดขี่ผู้หญิง ที่เป็นตัวแทนของธรรมชาติเพื่อทำให้เห็นว่า มากแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันพอ แม้แต่หัวใจที่มอดไหม้ เขาก็ยังต้องการ เพราะนั่นคือเพรชนินจินดาแห่งการฟื้นฟูสู่จุดเริ่มต้น พระเจ้าเพียงแค่ต้องการเพศหญิงในการทำให้โลกถูกฟื้นฟูขึ้นมาซ้ำโดยไม่สนใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร

“โอ้มายก็อด! มอบหัวใจให้คุณทั้งทางตรงและทางสัญลักษณ์ คุณก็ไม่มีวันรักฉันเลยใช่ไหม”

สนับสนุนงานเขียนและเว็บไซต์

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ