Pierrot le Fou

 

หนัง เรื่องนี้ของโกดาด์ยังเป็นหนังที่มีทำนองใกล้เคียงกันกับหนังก่อนหน้า ของเขาหลายเรื่อง ที่มักจะมีตัวละครชายหญิงที่มีความรัก หลงรักกัน แต่เป็นความรักที่ไม่ได้ยึดติดกัน เป็นเพียงความรักชั่วระยะเวลาหนึ่ง – ชั่วระยะเวลาหนึ่งหมายถึงว่าเป็นเพียง ณ เวลานี้ ตอนนี้ เป็นปัจจุบันไม่สามารถยังผลได้ถึงอนาคต

หนังของโกดาด์มักใส่ประเด็นร่วมสมัยในสังคมเวลานั้นอยู่เสมอ เช่นเรื่องของการเมือง เรื่องของสงคราม หรืออะไรต่างๆนานา

หนัง ของโกดาด์มักเป็นหนังที่สามารถอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดในหนังก่อนหน้าของ เขาได้เสมอ เฉกเช่นเดียวกันกับสิ่งที่ถูกสร้างในหนังก็ยังไปอ้างอิงกับบทกวี วรรณกรรม ศิลปะ หรือบุคคลอะไรก็ตาม

Pierrot le Fou มาในรูปลักษณ์สีสันสดใส ที่เริ่มได้อิทธิพลมาจากศิลปะ Pop Art ที่กำลังมาแรงในสังคมช่วงนั้น ทำให้เป็นหนังที่ใช้สีได้อย่างสดชื่น เป็นยุคสมัยอิสรภาพของวัยรุ่น

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างไม่อิงนังขังขอบ กับการเล่าเรื่องในแบบขนบ และยังทำให้ศิลปะหลายแขนงไหลผ่านเข้ามา เช่น การเล่าเรื่องบอกบทเหมือนในวรรณกรรม การที่ทำให้ศิลปะ Pop Art เข้ามาโดยการใช้สี หรือถ้ามากกว่านั้นมันทำให้เกิดภาพที่มีลักษณะ คอลลาจ ทั้งปะติดปะต่ออย่างมั่วซั่ว หลังหน้า-หน้าหลัง ซ้ำๆซ้อนๆ จนทำให้ภาพยนตร์กลายศิลปะโดยตัวมันเองที่รวมสื่อทุกอย่าง

จุดเด่นหรือ เป็นสไตล์ของโกดาด์อีกหนึ่งเรื่องคือ การทำลายเส้นแบ่งระหว่างโลกของภาพยนตร์และคนดู ไม่ได้เพียงทำให้คนดูตระหนักว่านี่คือหนัง แต่ยังทำให้ตัวละครรู้ตัวว่านี่กำลังแสดงหนังอยู่ จนบางครั้งหันหน้ามาพูดกับคนดู ไม่แน่ใจว่านี่เป็นศัพท์ในวรรณกรรมที่เรียกว่า Metafiction หรือเปล่า ที่หมายถึงว่าเป็นหนังที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นหนัง ซึ่งสิ่งนี้เราสนใจมากๆ และสนุกทุกครั้งเมื่อได้เห็นการเล่นแบบนี้ในหนังร่วมสมัย

นอกเหนือ จากนั้นหนังโกดาด์มักแสดงให้เห็นตัวละครชนชั้นกลางกระฎุมพี เช่นในเรื่องนี้ เฟอร์ดินองด์ ที่หลุดออกมาจากชีวิตที่น่าเบื่อแบบเดิม และโลดแล่นไปกับ มารีน่า นอกเมืองชนบท ซึ่งแสดงให้เห็นสปิริตเสรีภาพที่ทำให้ตัวละครไม่อิงนังขังขอบกับอะไร เป็นความรู้สึกเดียวกับที่ได้รับใน Bonnie and Clyde (1967) และ Badlands (1973)

หนังโกดาด์จะมีความพิเศษตรงความสดใหม่เนื่องจากเขามักไม่เขียน บทภาพยนตร์ไว้ ล่วงหน้าจะแก้บทหรือให้นักแสดงด้นสดไปตามแต่อารมณ์ในช่วงนั้น

มัน มีความพิเศษมากมายในหนังโกดาด์ที่เราพยายามจะจับแต่จับได้ไม่หมด และยังคงเชื่อว่าถ้าเราศึกษาหนังโกดาด์ และพยายามจับคอนเซ็ปต์หลายๆอย่างออกมาจากหนังให้ได้ ก็น่าจะค้นพบอะไรใหม่ที่ไม่มีทางล้าสมัยเลย

ก่อนอื่นเลยจะพยายามหาหนังเก่าๆของเขามาดูให้ได้เยอะที่สุด

คะแนน 8.75

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ