I Stand Alone

 

หนังชั่วช้าสามานย์เลวระยำมาก — ทั้งหมดที่กล่าวคือคำชม

ระหว่างดูกระอักกระอ่วนใจมาก นอกเหนือจากการสร้างตัวละครหลักที่มีภูมิหลังระยำมาก โดยการใช้มองทาจเล่าเรื่องบรรยายอย่างรวดเร็ว เด็กกำพร้าที่ทำงานในโรงงานฆ่าสัตว์ ทำงานจนมีร้านขายเนื้อของตัวเอง ได้เสียกับสาวโรงงานจนมีลูกสาวด้วยกัน วันคลอดเธอทิ้งลูกและเขาไป เขาเลี้ยงลูกที่เป็นใบ้ตามลำพังจนเกิดความหลงรักและคิดไม่ซื่อกับเธอ วันหนึ่งลูกเธอวิ่งจากโรงเรียนด้วยกระโปรงเลอะเลือด เขาคิดว่าเธอถูกข่มขืน จึงไล่ยำด้วยมีดไปกับผู้ต้องสงสัย ทั้งที่นั่นเป็นเลือดจากประจำเดือนแรก เขาติดคุก ลูกเข้าสถานรับเลี้ยง ร้านขายเนื้อถูกขายให้คนอื่น เมื่อออกจากคุกเขาไปทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ และได้กับเจ้านาย จนเธอท้อง ทั้งสองย้ายไปอยู่ในนอกเมืองทางเหนือ เพื่อหวังเริ่มต้นชีวิตอันโรแมนติก เขาทิ้งลูกให้อยู่สถานเลี้ยงตลอดไป และตั้งใจจะลบอดีตอันแสนเศร้าไว้ที่ตรงนั้น และเรื่องราวต่อจากนั้นหนังก็เริ่มต้นขึ้น

นอกจากหนังจะใช้เสียงบรรยายเหมืนอคนเมาของชายขายเนื้อแล้ว หนังก็ยังเล่นกับเทคนิคประหลาดๆ ทั้งการที่จู่ๆก็ซูมภาพเข้าอย่างรวดเร็วแล้วแช่ไว้พร้อมกระพริบภาพและมีเสียงเอฟเฟคต์ดังๆคล้ายเสียงปืนแทบทุกซีนหลายครั้งโดยไม่มีสาเหตุ ยิ่งสร้างความน่ารำคาญให้ผู้ชมเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่การต้องดูหน้าชายแก่ขายเนื้อก็เป็นความเหลือทนอยู่แล้ว ไหนจะยังต้องทนซึมซับความจิตตกของมัน การมองโลกในแง่ร้าย ลักลอบมีชู้พอเมียจับได้ มันก็ทุบตีเมียตรงท้องเมียที่ลูกแทบจะเดินออกมาได้แล้ว (แท้งทั้งเป็น) และเอาปืนสั้นจะยิงเธอให้ตาย โดยไม่สนใจศีลธรรมใดๆ อีกทั้งยังมีแนวคิดรุนแรงทั้งเหยียดผู้หญิง เหยียดเกย์ เหยียดทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก่อนที่จะจะจากบ้านและหวังจะกลับไปเริ่มที่บ้านเกิดโดยมีเพียงแค่เศษเงิน

หนังเรื่องนี้ทำให้เส้นแบ่งความมีศีลธรรมที่เป็นสากลแทบถูกกระทบกระทั่งและโบยตีมันพาลัดเลี้ยวตัดผ่านและพาเข้าไปดูศีลธรรมเฉพาะบุคคลเฉพาะเหตุการณ์และยังทำให้เห็นว่า ชายแก่คนนี้ ก็ยังพยายามดิ้นรนมีศีลธรรมแบบที่คนอื่นต้องการ เขาไปของานทำ ไปสมัครงานหลากหลายที่ ไปขอยืมเงินเพื่อนเก่า แต่ทุกคนบ่ายหน้าหนีเขาทั้งหมด ไม่มีใครช่วยเหลือ เงินในกระเป๋าก็ไม่เหลือแล้ว ทั้งหมดยิ่งทำให้ศีลธรรมสากลที่เรายึดมั่นถือมั่นและมองไม่ดีใกล้ถึงทางตัน เพราะชายแก่คนนี้เริ่มสร้างศีลธรรมของตัวเองขึ้นมา นั่นคือ จากปลายกระบอกปืน และนั่นคือความยุติธรรมสุดท้ายที่เขาจะมอบให้กับโลกใบนี้

หนังเล่นตลกโดยการใช้ Title Card เท่ๆ แบบที่ใช้ในหนังโกดาร์ด (เป็นโควตคำพูดสั้นๆ) มาล้อเลียน กระทั่งฉากไคลแม็กซ์ที่เตือนผู้ชม คุณมีเวลา 30 วิ ในการหนีออกไปซะเพราะซีนต่อไปมีฉากรุุนแรง ซึ่งเป็นซีนที่ชายแก่พาลูกของเธอกับมาบ้านแล้วแน่นอนเขาเริ่มคิดถึงการข่มขืนเธอ ฆ่าเธอ ก่อนที่ยิงตัวตาย แม้หนังจะมีเรื่องราวตลก มีแฮปปี้เอ็นด์ดิ้งในแบบหนังทั่วไป แต่นั่นคือ การหลอกลวงของผู้กำกับเพราะสุดท้ายตอนจบก็น่าหดหู่อยู่ดีถ้าเทียบกับศีลธรรมของคนปกติ

I Stand Alone จึงเป็นหนังที่กระอักกระอ่วนและพาผู้ชมไปสู่จุดที่แทบจะเรียกว่าช็อคได้อยู่เสมอ ซึ่งนี่เป็นแสดงถึงอุมการณ์ผู้กำกับอย่าางชัดเจนที่ต้องการทำหนังให้ผู้ชม เพื่อต่อต้านค่านิยมหลักของหนังที่มี หรือขัดแย้งต่ออุดมการณ์ที่สังคมใช้ โดยใช้ศิลปะเป็นตัวสร้างความน่ารำคาญ หรือเปิดประตูให้เห็นโลกที่เลวร้ายจิตตก อยู่กับตาย ดีกับเลวทรามาไม่ต่างกัน ที่สำคัญหนังมีความรุนแรง ฉากอนาจาร ไม่มีความน่าอภิรมย์ใดหลงเหลืออยู่ จึงเป็นความย้อนแยงประการสำคัญเพราะมันทำให้เราเอ่ยปากชอบหนังได้ไม่เต็มปากนัก เพราะมันเล่นกับระบบศีลธรรมปกติของคน แต่ความระยำเลวทรามที่กล่าวทั้งหมดนั่นแหละคือความงดงามของหนังเรื่องนี้ เพราะพื้นที่ทางศิลปะมันได้เปิดโลกใหม่ที่สะท้อนให้เห็นมุมมองบางอย่างที่บางครั้งเราอาจไม่เข้าใจหรือไม่มีทางพาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นได้ชั่วชีวิต

ปล.จริงๆตัวละครชายแก่มันเศร้ามากเลยนะ แต่เราเขียนด้วยระดับศีลธรรมปกติ จึงต้องมีท่าทีตัดสินตัวละครนิดหน่อย

ประเมินงานเขียนให้หน่อยนะครับ